ผมไม่ใช่คนเลวร้าย! มือปาหินน้อยใจถูกประณาม ยันโดนด่าให้ไปตาย

มือปาหินใส่รถเก๋งพ่อแม่ลูกชนเสาไฟฟ้าข้างทางที่ภูเก็ต วอนสังคมอย่าประณาม ถ้าคุณไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ สารภาพบันดาลโทสะ ทั้งถูกปาดหน้า ตะโกนด่าให้ไปตาย และไม่รู้ว่าในรถมีเด็ก ชี้เป็นอุทาหรณ์ของผู้ใช้รถใช้ถนน…

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2559 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.อ.พีระยุทธ การะเจดีย์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.ท.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง สว.สส.สภ.เมืองภูเก็ต ร่วมกันแถลงข่าวคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสและทำให้เสียทรัพย์ เหตุเกิดเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมาบริเวณ ถ.เทพกระษัตรี ตรงข้ามซอยแหลมหิน ต.รัษฎา อ.เมือง โดยผู้ต้องหาคือ นายอนุชา ยีมูดา อายุ 20 ปี ใช้ก้อนหินปาใส่กระจกรถเก๋งมาสด้า 2 สีขาว ทะเบียน กบ 5271 ภูเก็ต จนเป็นเหตุให้รถเกิดอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้าข้างทาง มีผู้บาดเจ็บสาหัสและทรัพย์สินส่วนบุคคลเสียหายภาพจากกล้องวงจรปิด จับภาพผู้ต้องหาในคดีใช้ก้อนหินปาใส่กระจกรถเก๋ง

พ.ต.อ.พีระยุทธ การะเจดีย์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า หลายคนคงทราบกันดีแล้วว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะสาเหตุขับรถปาดหน้ากัน ด่าทอกัน จนเกิดบันดาลโทสะ ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บ ซึ่งมีการนำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดไปเผยแพร่ตามโซเชียลมีเดียต่างๆ แล้ว คดีก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ส่วนจะมีคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการสอบสวน แต่จากการพูดคุยกับนายอนุชา ผู้ต้องหา พบว่าทำไปเพราะเหตุบันดาลโทสะ หลังจากถูกขับรถปาดหน้าและถูกต่อว่า ซึ่งเป็นสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาในการให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนสภาพของรถเกิดอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้าข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บสาหัส

ขณะที่ นายอนุชา กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและน้อยใจว่า ตนเองไม่ใช่คนเลวร้ายอย่างที่คนในโลกโซเชียลกล่าวหา หรือ ประฌาม เหตุการณ์ดังกล่าวตนเองต้องการที่จะขี่รถไปบอกคนขับรถเก๋งให้ขับรถดีๆ มิฉะนั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นได้ แต่คนขับกลับไม่ฟังและยังต่อว่ากลับมา ทำให้ตนเองเกิดบันดาลโทสะหยิบก้อนหินข้างถนนขว้างปาใส่รถ และไม่คิดว่าในรถจะมีเด็ก ถ้ารู้คงไม่ทำอย่างแน่นอน ถ้ายังทำ ตนก็ไม่ใช่คนแล้ว ส่วนคนที่วิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นเช่นไร ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จึงไม่สมควรที่จะมาวิจารณ์หรือประฌามในสิ่งที่ไม่จริง หรือเกินความเป็นจริง ซึ่งสิ่งที่ตนเองทำลงไป ยอมรับว่าโมโห แต่ขอวอนสังคมพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 2 ด้าน พร้อมกับขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย

“ขอฝากไปยังผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน อย่าใจร้อน หนักนิดเบาหน่อยให้อภัยกัน มิฉะนั้นจะเป็นเหมือนผม ที่ต้องกลายเป็นผู้กระทำผิด” นายอนุชา กล่าว.

ที่มา>>>Thairath

หนุ่ย ลั่น! ใครจะรับผิดชอบ? ถ้าป่าเกาะนาคาน้อยโดนทำลาย!

ต้องออกมาลุย! ต้องออกมาปกป้อง! ผืนป่าอุดมสมบูรณ์ของครอบครัวและของชาติ หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ พิธีกรชื่อดัง พร้อมสู้ๆ กับฝ่ายตรงข้าม ที่เตรียมจะเข้ามาบุกรุกผืนป่าที่รัก บนเกาะนาคาน้อย ภูเก็ต โดยเกาะนาคาน้อยแห่งนี้ ปัจจุบันพื้นที่กว่า 53 ไร่ ถือสิทธิ์โดยตระกูลหิรัญพฤกษ์ หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นเกาะส่วนตัว ซึ่งเป็นของดาราชื่อดัง ภูริ หิรัญพฤกษ์ ร่วมอยู่ด้วย

ตระกูลของหิรัญพฤกษ์ ได้ที่ดินบนเกาะนาคาน้อย มาอย่างถูกต้อง? “ครับ เราซื้อมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ย้อนไปเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว ดร.สุจิต หิรัญพฤกษ์ ซึ่งเป็นคุณพ่อของผม ได้เข้าไปซื้อที่ดินจากชาวบ้าน เราได้โฉนด นสก.3 มาอย่างถูกต้อง 53 ไร่ ก่อนหน้านี้มีการทำฟาร์มหอยมุก แล้วก็เลิกทำไป ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้ทำเป็นรีสอร์ต หรือประกอบธุรกิจอะไร มีแค่บ้านพักอยู่หลังเดียว ด้านหลังที่เป็นสวนมะพร้าวก็ปล่อยให้เป็นป่าไป เกาะนาคาน้อยแห่งนี้ยังเวอร์จิ้น มีความบริสุทธิ์อยู่เป็นพื้นที่ป่าเกือบหมด มีนกเงือกอาศัยอยู่ มีปลาที่อุดมสมบูรณ์อยู่รอบๆ เกาะ”

ย้อนเรื่องราวปัญหาที่ดินในเกาะนาคาน้อย ให้ฟังอีกครั้งหน่อย? “ทางนั้นออกเอกสารโดยไม่ชอบจาก 7 ไร่เพิ่มเป็น 17 รวมเป็น 24 ไร่ ซึ่งออกที่เกาะนาคาใหญ่ ที่อยู่ใกล้ๆ กัน แต่มีรวมพื้นที่ป่าในเกาะนาคาน้อยของเราไปด้วย ทางนั้นเคยเข้าเสนอขายให้เราในราคา 42 ล้าน จะคิดการเดินเรื่องอีก 4 ล้าน แต่เราปฏิเสธไปเพราะตรวจดูแล้วไม่ถูกต้อง แต่ทางนั้นอ้างว่ามีเอกสาร นส.3ก. ซึ่งทาง DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ กำลังเพิกถอนอยู่ แต่ระหว่างการเพิกถอน ทางนั้นซึ่งอ้างคนมีสี จะมีการปรับภูมิทัศน์ ถ้าเกิดมีการทำลายป่าเกิดขึ้น ใครจะรับผิดชอบ ซึ่งเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าหายากอย่างนกเงือก จะปลูกป่าทดแทนได้เหรอ จะต้องใช้เวลาอีกกี่ร้อยปี ตอนนี้เราต้องการกำลังแนวฝืนป่า น่าจะหยุดทางนั้นได้ แต่ยังไว้ใจไม่ได้”สรุปเหตุการณ์ตอนนี้? “ทาง DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะใช้มาตรา 44 ที่ผ่านมา DSI ชี้มูลความผิดแล้วว่าได้มามิชอบ ส่วนเจ้าหน้าที่ออกเอกสารเกษียณไปแล้ว ไม่ได้รับโทษอะไร บริษัทที่อ้างว่าได้สิทธิ์ ส.ค.1 มา มีที่ดินอยู่ 24 ไร่ ขนาดเราเป็นคนที่มีเสียงดัง ยังโดนขนาดนี้ ถ้าเป็นตาสีตาสาโดนโกงที่ดินไปแล้ว ซึ่งน่าจะมีอีกหลายที่ทั่วประเทศ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เป็นการออกเอกสารที่ฉ้อฉล ที่ผ่านมาทางนั้นส่งคนมาขึ้นเกาะแล้ว เตรียมจะปรับภูมิทัศน์ ซึ่งมีคนมากกว่า 10 คน ท่าทางน่าจะมีอาวุธ เราไม่ได้ไปโกรธหรือเกลียดคนที่จะเข้ามาบุกรุก ความถูกต้องก็คือความถูกต้อง เรามีอยู่ 53 ไร่ เราไม่ได้ต้องการพื้นที่เพิ่มอีกสักตารางนิ้วเดียว เราต้องการจะให้ป่าบนเกาะนาคาน้อย ยังคงเป็นป่าต่อไป”.

ที่มา>>>Thairath