จับแล้วเพื่อนร่วมงานแม่ ข่มขืนเด็กหญิงวัย 9 ขวบ คุมตัวทำแผน-ชาวบ้านรุมสาปแช่ง

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารนำตัวเด็กหญิงเชอร์รี่ (นามสมมุติ) วัย 9 ขวบ พร้อมด้วยมารดาและญาติเข้าแจ้งศูนย์ดำรงธรรม หลังเด็กหญิงเชอร์รี่ ถูกนายเล็ก อายุ 30 ปี เพื่อนร่วมงานของมารดากระทำชำเราหลายครั้ง ตั้งแต่ช่วงปิดเทอมเมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลานานนับ 3 เดือน โดยก่อนที่มาแจ้งศูนย์ดำรงธรรมได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ไชโย ก่อนแล้ว รายละเอียดตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 14 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจประกอบด้วย พ.ต.อ.นที สิริวรวัชร์ ผกก.สภ.ไชโย ร.อ.อาทิตย์ บุสทิพย์ ผบ.ชุดประสานงานพื้นที่ที่ 2 จังหวัดอ่างทอง (ร.31 พัน 3 รอ.) จ.ส.อ.ประชากร กล้าหาญ ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายฮูสซัน หรือเล็ก รุ่งโรจน์ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงเชอร์รี่วัย 9 ขวบ หลังหนีไปอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ จากการสอบถาม พ.ต.อ.นที กล่าวว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา นางนวล (นามสมมติ) พาเด็กหญิงเชอร์รี่ บุตรสาว เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่าได้ถูกนายเล็ก ข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้ง ซึ่งตัวนางนวล (นามสมมุติ) ผู้เป็นแม่ไม่เคยทราบมาก่อน ซึ่งหลังจากรับแจ้ง ตนจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ไชโย ลงพื้นที่สืบสวน จนทราบว่าคนร้ายคือนายเล็ก ซึ่งปกติพักอยู่ที่บ้านในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ชะไว อ.ไชโย จ.อ่างทอง เป็นเพื่อนร่วมงานของนางนวล ซึ่งตอนนี้หนีไปหลบอยู่ที่บ้านญาติในจังหวัดเพชรบูรณ์ หลังทราบดังกล่าวจึงขออนุมัติหมายจับ นายเล็กไว้ตามหมายจับของศาลจังหวัดอ่างทองที่ จ.180/2559 ลงวันที่ 14 มิ.ย.2559 จากนั้นได้โทรศัพท์ติดต่อหลอกล่อให้นายเล็กกลับมาพบที่จังหวัดอ่างทอง ก่อนจะทำจับกุมตัว ซึ่งในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในข้อหา กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามฯ และพาบุคคลอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา หรือผู้ปกครองหรือผู้ดูแลไปเพื่อการอนาจาร นายเล็ก กล่าวว่า ตนยอมรับว่ากระทำการข่มขืนเด็กหญิงเชอร์รี่จริง โดยใช้จังหวะที่นางนวล แม่ของเด็ก ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของตน ออกไปทำงาน ตนแอบหลอกล่อเด็กหญิงเชอร์รี่ มาข่มขืนกระทำชำเราดังกล่าว

ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทหาร นำตัวนายเล็กไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่เกิดเหตุ ซึ่งในการออกไปทำแผนครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้แจ้งให้ใครทราบ ตอนแรกการทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ไม่นานเมื่อชาวบ้านรู้ว่า ตำรวจพาผู้ต้องหามาทำแผน ชาวบ้านต่างบอกต่อกันและพากันมาดูเป็นจำนวนมาก โดยบางคนต่างวิพากวิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บางคนก็ตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็น ดังนั้นจึงรีบทำแผนให้เสร็จก่อนรีบนำตัวผู้ต้องหากลับมายัง สภ.ไชโย ทันที

ที่มา>>>ข่าวสด

กฎปิดป่าได้ผล ชาวบ้านเวียงแก่น เก็บเห็ดถอบ ได้เยอะ ขนาดพอดีกิน

หลัง คกก.ห้ามชาวบ้านเข้าไปเก็บเห็ดถอบ หรือ เห็ดเผาะ ในป่าชุมชนที่เวียงแก่น 3 วัน เพื่อรอให้เห็ดโตขนาดพอดีกิน ไม่แก่เกินไป ครบกำหนด ชาวบ้านตื่นแต่เช้า เข้าป่าเก็บเห็ด ได้เห็ดปริมาณมาก เฉลี่ยกันคนละโล สองโล ทั้งขนาดยังพอดีกิน …

วันที่ 30 พ.ค.59 นายจำรอง บุดดี ผญบ.หมู่ 3 บ้านทุ่งทราย ต.หล่ายงาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เปิดเผยว่า หลังครบกำหนดเวลาปิดป่า กรณีชาวบ้านเข้าไปเก็บเห็ดถอบ (เห็ดเผาะ) ในป่าชุมชนใกล้หมู่บ้าน และตนทราบจากลูกบ้านว่าเห็ดยังไม่แก่ได้ขนาด เกรงว่าเห็ดที่ยังดอกเล็กๆ จะเสียหาย จึงได้ปรึกษากรรมการหมู่บ้าน ออกกฎห้ามเก็บ และขอปิดป่า ห้ามชาวบ้านเข้าไปเก็บเป็นเวลา 3 วัน โดยตนได้ประกาศให้ชาวบ้านทราบ ผ่านเสียงตามสายและหอกระจายข่าวของหมู่บ้าน และมีบทลงโทษ ปรับรายละ 300-500 บาทไปแล้วนั้นเห็ดมีขนาดใหญ่ พอดีกิน

นายจำรอง เผยต่อว่า เช้าวันนี้ ตนสังเกตพบว่า มีชาวบ้านเดินทางกันมาเพื่อเก็บเห็ดเป็นจำนวนมากกว่าร้อยคน ทั้งในหมู่บ้าน ต่างหมู่บ้าน ตลอดจนชาวบ้านจากต่างอำเภอ เพราะทราบจากข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และเฟซบุ๊กแฟนเพจของคนเวียงแก่นว่า ที่ป่าดังกล่าวมีเห็ดเกิดขึ้นแล้ว จึงตั้งใจรอวันเปิดป่า คือ วันนี้ โดยได้ยินเสียงรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ขับผ่านทางถนนของหมู่บ้านเพื่อเข้าไปเก็บเห็ดที่ป่าดังกล่าว ตั้งแต่ ตี 3 ตี 4 และทุกคนก็ได้เห็ดขนาดพอดีที่ไม่แก่ พอที่จะเฉลี่ยกันไปทำอาหารรับประทาน ส่วนคนที่ไม่ได้เข้าไปเก็บด้วยตนเอง ก็ไปขอแบ่งซื้อ หรือแบ่งกันกับผู้ที่เก็บได้ พอมาทำเป็นอาหารเพื่อให้หายอยาก เพราะปีหนึ่งจะหากินได้ครั้งเดียว และเป็นอาหารยอดนิยมท้องถิ่นด้วย

นายอนุวัฒน์ มั่งมูล ชาวบ้านทุ่งทราย ต.หล่ายงาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ได้เปิดเผยว่า ตนก็ได้เข้าไปเก็บเห็ดดังกล่าวด้วย เพราะตนอาศัยอยู่ใกล้กับป่าชุมชนแห่งนี้ แต่ก็ต้องตื่นเข้าไปเช้าหน่อย เพราะหากสายจะไม่ทันคนอื่น ตนเดินทางไปตอนตีห้า ใช้ไฟฉายที่ศีรษะส่องหา ซึ่งป่าที่นี่ ตนก็ได้เข้าไปเก็บทุกปี ทราบว่าจุดไหนจะมีมาก ตนเก็บได้ประมาณ 3 กก. เอามาแบ่งให้ญาติไปทำอาหาร ไม่ได้ขาย เป็นการดีที่ทางหมู่บ้านสร้างกฎดังกล่าว ไม่อย่างนั้น อาจไม่ได้กินกันแบบนี้แน่ เพราะขณะเห็ดเกิดใหม่ๆ จะเม็ดเล็ก เปราะบางเก็บได้เยอะ เหลือกิน ก็นำมาแบ่งขาย

ทั้งนี้ เห็ดถอบ หรือ เห็ดเผาะ แต่ละพื้นที่จะออกไม่ตรงกัน แล้วแต่อุณหภูมิ ความชื้น แต่ส่วนใหญ่จะออกหลังจากช่วงฝนตกแรกของปี เป็นเห็ดราคาแพง และเป็นที่นิยมชื่นชอบของพื้นถิ่นทางเหนือ และคนทั่วไป เห็ดที่สดและใหม่ รสชาติจะอร่อย ไม่มีวิธีเก็บสด หลังจากเก็บได้หนึ่งวันด้านในจะแก่และดำ มีวิธีเดียวคือต้องต้มและเก็บแช่ช่องแข็งไว้เท่านั้น แต่รสชาติก็ด้อยลง.

ที่มา>>>Thairath

โลมาสีชมพู หนัก 300 โล เกยตื้นตายชายหาดท่าศาลา คาดโดนอวนลาก

(ภาพจาก จนท.หน่วยกู้ภัยท่าศาลา)

ชาวประมงเมืองคอน พบซากโลมาสีชมพู ยาว 2 เมตรเศษ หนัก 300 โล เกยตื้นตายชายหาดทะเลบ้านท่าสูง ต.ท่าศาลา มีแผลถลอก เผย ใหญ่สุดที่เคยพบในรอบ 2 ปี จนท.คาดอาจโดนอวนลาก รอศูนย์วิจัยผ่าพิสูจน์

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 59 ร.ต.อ.ณรงค์ชัย คงช่วย รอง สว.สส.สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีชาวประมงพบซากโลมาสีชมพู เกยตื้นตายที่บริเวณชายหาดทะเลบ้านท่าสูง หมู่ที่ 4 ต.ท่าศาลา จึงพร้อมด้วยกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยท่าศาลา ไปตรวจสอบ พบเป็นโลมาสีชมพู ขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 2 เมตรเศษ น้ำหนักประมาณ 300 กก. โดยชาวประมงช่วยกันนำทรายมากลบร่างไว้ก่อนแล้วซากโลมาสีชมพู ยาว2 เมตร หนัก300กิโลกรัม คาด ตายพราะถูกอวนลาก ที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช

ตรวจสอบพบโลมาตัวดังกล่าวมีบาดเเผลถลอกช่วงตัวและปาก สันนิษฐานว่าน่าจะโดนอวนลากของชาวประมง ตายมาแล้วประมาณ 3 วัน โดยชาวบ้านระบุว่าเป็นซากโลมาที่ตัวขนาดใหญ่ที่สุดในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ก่อนที่จะรอให้เจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมง จ.สงขลา เดินทางมานำซากโลมาสีชมพู ไปผ่าตรวจหาสาเหตุการตายต่อไปในวันพรุ่งนี้.

ที่มา>>>Thairath

ช่วยเอาไปเลี้ยงที!! หมาวัดยกพวกกัดลูกหมูตาย 26 ตัว ไม่รวมเป็ดไก่โดนขย้ำ

ภาพจาก นายขวัญชัย จอมสวรรค์ นอภ.เวียงเชียงรุ้ง

ไปกัดสัตว์เลี้ยงชาวบ้านบ่อยมาก ต้องประกาศหาผู้ใจบุญ ช่วยรับหมาวัดร่องหวาย ในอ.เชียงรุ้ง จ.เชียงราย ไปเลี้ยง หลังล่าสุดยกพวกไปกัดลูกหมูในคอกตายไป 26 ตัว เกือบหมดเล้า จนเจ้าของโอดครวญไม่รู้ทำยังไง ครั้งที่แล้วเป็ดไก่ ก็โดนขย้ำตายไปกว่า 100 ตัว…เมื่อวันที่ 17 เม.ย.59 นายอนันต์ สมุทรารินทร์ นายอำเภอเวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากนายขวัญชัย จอมสวรรค์ อายุ 44 ปี บ้านเลขที่ 441 บ้านร่องหวาย ม.11 ต.ดงมหาวัน ว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 16 เม.ย. ได้มีสุนัขไม่ทราบเจ้าของ เข้าไปกัดลูกหมูอายุ 2 เดือนที่ซื้อมาเลี้ยงไว้ในคอกตายไป 26 ตัว จากทั้งหมด 31 ตัว เสียหายกว่า 100,000 บาท โดยนายขวัญชัย สงสัยว่าจะเป็นสุนัขของวัดร่องหวาย ที่อยู่ห่างกันไม่มาก เจ้าหน้าที่จึงร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และตำรวจ สภ.เวียงเชียงรุ้ง ไปตรวจสอบที่วัดร่องหาย ได้พบสุนัข 4 ตัว มีรอยคราบเลือดเปรอะเปื้อนที่ปากและตามลำตัว มีคราบและกลิ่นขี้หมูติดตัวทั้งนี้ เมื่อผู้เสียหาย ทราบว่าเป็นสุนัขจรจัดของชาวบ้านที่มาทิ้งไว้ในวัด เข้ามากัดหมูของตนเองตายเกือบยกเล้า จึงไม่ติดใจเอาความ แต่โอดครวญว่าก่อนหน้านี้ ได้มีสุนัขจรจัดเข้ามากัดเป็ดและไก่ที่เลี้ยงไว้ตายมาหลายครั้ง รวมกว่า 100 ตัว และจากปัญหาที่เกิดขึ้นจะมีการประชุมกรรมการวัดร่องหวาย เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้สุนัขไปกัดสัตว์เลี้ยงชาวบ้าน โดยเฉพาะจะต้องเร่งฉีดโรคพิษสุนัขบ้า หรือประกาศหาผู้มีใจบุญช่วยรับสุนัขไปเลี้ยง แบ่งเบาภาระทางวัดและเพื่อไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านต่อไป.

ที่มา>>>Thairath