จับแล้วคนจ้างวานฆ่าหนุ่มอังกฤษดับคาปอร์เช่หลังหนีซุกกัมพูชา ส่งตร.รับตัวมาดำเนินคดีที่พัทยา

จากคดีสุดอุกอาจเมื่อคนร้ายประกบยิงหัวนายโทนี่ เคนเวย์ อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวอังกฤษ เสียชีวิตคารถปอร์เช่ คาเยน บริเวณหน้าสานิตย์สปอร์ตคลับ ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยภรรยาชาวไทยเผยสามีทำธุรกิจเว็บไซต์และไม่เคยมีเรื่องกับใคร แต่พักหลังขัดแย้งธุรกิจกับหุ้นส่วน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจ สอบกล้องวงจรปิดจับภาพมือปืนได้ชัดเจน มีลักษณะอ้วน สวมเสื้อแจ๊กเกตสีดำและหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า โดยมายืนรอผู้ตายอยู่หน้าสปอร์ตคลับแล้วเดินตามมาประกบยิงในรถหรูระยะเผาขน 1 นัด จากนั้นวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่มีคนร้ายอีกคนจอดรออยู่แล้วหลบหนีไปเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ก.พ. ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด มีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก ทั้งฝ่ายทหารและตำรวจภูธรจากสถานีตำรวจภูธรคลองใหญ่ นำรถตู้ตำรวจและรถยนต์ ยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ สีน้ำเงิน และรถตำรวจสภ.คลองใหญ่ เดินทางผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ผ่านเข้าไปยังบ้านจามเยี่ยม อ.มณฑลเสมา จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีรายงานข่าวจากทหารเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราดว่า มีการจับกุมคนร้ายฆ่านายโทนี่ เคนเวย์ อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวอังกฤษ ได้ในกัมพูชา และจะนำตัวมาส่งที่ตม.คลองใหญ่ เพื่อส่งให้ทางสภ.คลองใหญ่ดำเนินคดี เพื่อส่งตัวไปยังสภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี ต่อไปน.อ.สมรภูมิ จันโท ผบ.หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เปิดเผยว่า คนร้ายที่ทางการกัมพูชาจับได้นั้น ไม่ได้เป็นผู้ยิง แต่เป็นผู้จ้างวาน ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวน และทางกัมพูชาจะประสานงานกับทางฝ่ายไทย เพื่อมอบให้ตำรวจสภ.คลองใหญ่ แต่ไม่ทราบว่าจะเดินทางมากี่โมงพ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สภ.คลองใหญ่ กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากฝ่ายทหารนาวิกโยธิน พื้นที่จ.ตราดว่า ทางการของกัมพูชาได้จับกุมผู้จ้างวานไว้จริง แต่การส่งตัวมาดำเนินคดีในไทยนั้น ทั้งสองประเทศไม่มีสัญญาเรื่องส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นแค่การดำเนินการอย่างไม่เป็นทางการ และเป็นการผลักดันเข้ามา และให้ทางตำรวจสภ.คลองใหญ่จับตัว และส่งไปดำเนิคดีในพื้นที่เกิดเหตุเท่านั้น ซึ่งระหว่างนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของทางไทย จากนั้น จะนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปที่สภ.หนองปรือในบ่ายวันนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดคลิปเตือนภัย! กลางวันแสกๆโจรก็ไม่กลัว บุกลักจยย.ถึงในอพาร์ทเม้นต์!!

นายสุทธินันท์ กิจกร อายุ 36 ปี   เปิดคลิปเตือนภัย นาทีที่ 2 คนร้ายแก๊งลักรถจักรยานยนต์ บุกเข้ามาขโมยรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ ภายในปัญญารัตน์อพาร์เม้นต์ จ.สุราษฎร์ธานี แต่ไม่สามารถเอาไปได้ เพราะสัญญาณกันขโมยดังและมีคนมาเห็นเสียก่อน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา201611190826574-20161102133902คนร้ายเป็นชาย 2 คนลักษณะสูงผอมใส่หมวกนิรภัยแบบเต็มใบปิดบังใบหน้า ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง แล้วใช้กระดาษปิดบังแผ่นป้ายทะเบียนเอาไว้ พยายามเข้ามาขโมยรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีดำ ทะเบียน 4 กค 2076 กทม.  ที่จอดอยู่ใต้ตึก

 โดยคนร้ายใช้ความพยายามอยู่กว่า 10 นาทีแต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากเจ้าของใช้แม่กุญแจล็อกกับจานดิสเบรกไว้ และเสียงสัญญาณกันขโมยดังขึ้น ประกอบกับมีผู้ที่อาศัยออกมาเห็น ทำให้คนร้ายทิ้งรถจักรยานยนต์ที่ต้องการขโมย แล้วรีบหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว201611190826575-20161102133902

หลังเกิดเหตุมีการนำภาพลักษณะคนร้ายมาติดไว้ที่อพาร์เม้นต์ เพื่อประกาศเตือนผู้ที่พักอาศัยให้เพิ่มความระมัดระวังและดูแลทรัพย์สินของตัวเอง ส่วนหนึ่งได้ติดตั้งราวเหล็กและโซ่ ไว้สำหรับล็อกล้อเพื่อป้องกันในระดับหนึ่ง และนำภาพวงจรปิดลักษณะคนร้ายไปมอบให้กับ พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง ผกก.สภ.ขุนทะเล เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

อจ.สาวผวา! เจอหนุ่มโรคจิตงัดหอพักมหาลัย-ย่องฉกกกน. แฉเคยลงมือหื่นแล้วถึง3ครั้ง

วันที่ 20 ก.ย. ตำรวจรับแจ้งจากอาจารย์สาวมหาวิทยาลัยนเรศวรวัย 40 ปี ว่ามีคนร้ายบุกงัดเข้ามาภายในห้องพัก ในหอพักอาจารย์ หมู่ 9 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบภายในสถานที่เกิดเหตุ พบคนร้ายได้เข้าไปภายในห้องพักผ่านทางหน้าต่างกระจกเลื่อนที่มีมุ้งลวด โดยคนร้ายเข้ามาภายในห้องแล้วมุ่งตรงไปที่ราวตากผ้า จากนั้นหยิบกางเกงชั้นในไป 3 ตัว ก่อนปีนหน้าต่างหนีออกจากห้องไป โดยใช้เวลาลงมือไม่ถึง 5 นาที ซึ่งภาพจากห้องวงจรปิดของอาจารย์คนดังกล่าวจะเห็นคนร้ายปีนเข้ามาทางหน้าต่างและปีนออกไปช่องทางเดิม201609201530105-20041022171637เจ้าหน้าที่ระบุเมื่อดูจากลักษณะการงัดเข้าไปภายในห้อง คนร้ายน่าจะมีความชำนาญในการเลื่อนยกหน้าต่างบานกระจก ทำให้ไม่มีร่องรอยการงัดเข้าไปภายในห้อง จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของหอพัก พบว่าเมื่อเวลา 02.29 น. คนร้ายเป็นชายอายุกว่า 30 ปี สูงประมาณ 170 เซนติเมตร ได้เดินเข้ามาภายในห้องพัก จากนั้นมุ่งตรงไปที่ห้องอาจารย์สาวที่อยู่ชั้น 2 แล้วเข้าไปภายในห้องเมื่อช่วงเวลา 02.40 น. โดยใช้เวลาไม่นานก็ได้ออกจากห้องไป และไม่ได้ทำร้ายใคร เนื่องจากอาจารย์สาวและลูกๆ นอนภายในห้องนอนที่ล็อกประตูแน่นหนา

อาจารย์สาว เปิดเผยว่า คนร้ายบุกเข้ามาขโมยชุดชั้นในไม่ได้เกิดครั้งแรก แต่เกิดเป็นครั้งที่ 3 แล้ว แต่ละช่วงห่างกันประมาณ 10 วัน โดยครั้งแรกคนร้ายลงมือเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ครั้งที่ 2 ลงมือวันที่ 10 ก.ย. และครั้งนี้วันที่ 20 ก.ย. ด้วยความที่คนร้ายลงมือติดต่อกันจึงเกิดความกลัว และรู้สึกหวาดผวาหวั่นเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงได้แจ้งความเจ้าหน้าที่ให้เร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี จากนั้นจะนำเงินส่วนตัว มาทำลูกกรงเหล็กให้ห้องพักเกิดความแน่นหนาป้องกันอันตรายได้

ที่มา>>>ข่าวสด

นร.หญิง”สตรีนนท์”ชี้จุดโดน”ฟอร์จูนเนอร์สีดำ”ดักฉุดตรงศาลากลางหลังเก่า

จากกรณีที่นายธนะสิทธิ์ ศิริวรธรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีนนทบุรี ได้โพสต์ลงในไลน์กลุ่มครูโรงเรียนสตรีนนทบุรี ว่า เรียนคุณครูสตรีนนทบุรีทุกท่านครับเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 19 สิงหาคมเกิดเหตุคนร้าย 3 คนขับฟอร์จูนเนอร์สีดำจำทะเบียนไม่ได้จับตัวนักเรียนหญิงชั้นม.6 ขณะออกจากบ้าน เดินทางมาโรงเรียนโดยเหตุเกิดบริเวณท่าน้ำนนท์ใกล้กับศาลากลางหลังเก่านักเรียนถูกบังคับ จับขึ้นรถวิ่งตามถนนพิบูลสงครามช่วงเวลาดังกล่าวรถติดค่อนข้างมากคนร้ายกลับ รถบริเวณใกล้กับคอนโดลุมพินี ย้อนกลับไปทางสะพานพระราม 5 นักเรียนพยายามร้องให้คนช่วยเหลือและต่อสู้ดิ้นรนจนสามารถเปิดประตูรถและใช้ เท้าคาประตูรถไว้ ทำให้ประตูปิดไม่ได้ และเนื่องจากรถติดคนร้ายเห็นท่าไม่ดี จึงถีบนักเรียนจนตกลงจากรถและขับรถหลบหนีไป โดยนักเรียนได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ ผู้ปกครองได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว จึงเรียนข้อมูลมาเพื่อให้คุณครูทุกท่านได้เฝ้าระวังแจ้งเตือนนักเรียน  แจ้งเพื่อนครูแจ้งผู้ปกครองรับทราบเพื่อช่วยกันป้องกัน ให้คุณครูที่ปรึกษากำชับให้นักเรียนระมัดระวังโดยเฉพาะช่วงเวลาเดินทางมา เรียนหรือกลับบ้าน และแนะนำวิธีการเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ด้วย ขอแจ้งหน้าเสาธงชาติวันเปิดเรียนด้วยจากผอ.ธนสิทธิ์แจ้งเมื่อ 20 สิงหา 2559  ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบที่สภ.เมืองนนทบุรี ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ ทราบว่า ทางผู้ปกครองของเด็กนักเรียนได้เข้าแจ้งความกับร.ต.อ.หญิงอาทิติยา ภิบาล เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 21 ส.ค.59  โดย ทางพ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ ทันที เพื่อหารถฟอร์จูนเนอร์คันที่ก่อเหตุ เนื่องจากทางผู้บังคับบัญชาให้ความสนใจ และมีการแชร์และส่งต่อทางไลน์ ระหว่างครู และผู้ปกครอง ในกลุ่มเด็กนักเรียน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแจ้งความดำเนินคดี ได้มีมารดาของนักเรียนคนดังกล่าว เป็นผู้มาแจ้งที่สภ.เมืองนนทบุรีในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ โดยระบุว่าลูกสาวเป็นนักเรียนชั้น ม.6 วัย 17 ปี เป็นเด็กมีความประพฤติดี โดยเหตุเกิดประมาณ 06.00 น.วันที่ 19 ส.ค. เด็กนักเรียนหญิงข้ามเรือมาจากฝั่งบางศรีเมืองขึ้นที่ท่าน้ำนนทบุรี แวะรับประทานอาหารเช้า จากนั้นก็เดินไปโรงเรียนไปตามถนนที่อยู่ด้านข้างของศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเก่า ซึ่งเป็นถนนสายแคบๆ ระหว่างเดินเข้าไปได้ประมาณ 100 เมตร ก็มีรถฟอร์จูนเนอร์สีดำขับเข้ามาจอดเทียบ คนในรถเปิดประตูลงมาฉุดเอาตัวนักเรียบนขึ้นไปบนรถทางด้านเบาะหลังแล้วปิดประตูขับออกไป โดยภายในรถมีคนขับอยู่ด้านหน้าเพียงคนเดียว ที่เบาะหลังมี 2 คน บังคับให้ก้มหน้า สำหรับนักเรียนคนดังกล่าวนั่งชิดประตูด้านซ้าย

คนในรถพูดแต่เพียงว่า “เดี๋ยวจะไปส่งให้ถึงที่” พอรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนนใหญ่คนร้ายก็เริ่มผ่อนคลาย ยอมให้ลุกขึ้นมานั่งปกติ แต่ให้หันหน้าออกไปด้านนอก จังหวะนั้นเป็นช่วงที่รถติดมาก เด็กก็เลยตัดสินใจเปิดประตูรถ กระโดดหนีลงมา แต่ถูกคนร้ายตามยื้อยุดอยู่สักพัก แต่สุดท้ายเด็กก็วิ่งหนีมาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ นร.หญิงที่ประสบเหตุได้เดินทางไปที่โรงพักและพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปชี้จุดที่เกิดเหตุโดนรถเก๋งฟอร์จูนเนอร์ฉุดที่บริเวณศาลากลางหลังเก่า โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานแวดล้อมบริเวณดังกล่าวไว้ด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

จากกรณีที่นายธนะสิทธิ์ ศิริวรธรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีนนทบุรี ได้โพสต์ลงในไลน์กลุ่มครูโรงเรียนสตรีนนทบุรี ว่า เรียนคุณครูสตรีนนทบุรีทุกท่านครับเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 19 สิงหาคมเกิดเหตุคนร้าย 3 คนขับฟอร์จูนเนอร์สีดำจำทะเบียนไม่ได้จับตัวนักเรียนหญิงชั้นม.6 ขณะออกจากบ้าน เดินทางมาโรงเรียนโดยเหตุเกิดบริเวณท่าน้ำนนท์ใกล้กับศาลากลางหลังเก่านักเรียนถูกบังคับ จับขึ้นรถวิ่งตามถนนพิบูลสงครามช่วงเวลาดังกล่าวรถติดค่อนข้างมากคนร้ายกลับ รถบริเวณใกล้กับคอนโดลุมพินี ย้อนกลับไปทางสะพานพระราม 5 นักเรียนพยายามร้องให้คนช่วยเหลือและต่อสู้ดิ้นรนจนสามารถเปิดประตูรถและใช้ เท้าคาประตูรถไว้ ทำให้ประตูปิดไม่ได้ และเนื่องจากรถติดคนร้ายเห็นท่าไม่ดี จึงถีบนักเรียนจนตกลงจากรถและขับรถหลบหนีไป โดยนักเรียนได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ ผู้ปกครองได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว จึงเรียนข้อมูลมาเพื่อให้คุณครูทุกท่านได้เฝ้าระวังแจ้งเตือนนักเรียน  แจ้งเพื่อนครูแจ้งผู้ปกครองรับทราบเพื่อช่วยกันป้องกัน ให้คุณครูที่ปรึกษากำชับให้นักเรียนระมัดระวังโดยเฉพาะช่วงเวลาเดินทางมา เรียนหรือกลับบ้าน และแนะนำวิธีการเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ด้วย ขอแจ้งหน้าเสาธงชาติวันเปิดเรียนด้วยจากผอ.ธนสิทธิ์แจ้งเมื่อ 20 สิงหา 2559  ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบที่สภ.เมืองนนทบุรี ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ ทราบว่า ทางผู้ปกครองของเด็กนักเรียนได้เข้าแจ้งความกับร.ต.อ.หญิงอาทิติยา ภิบาล เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 21 ส.ค.59  โดย ทางพ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ ทันที เพื่อหารถฟอร์จูนเนอร์คันที่ก่อเหตุ เนื่องจากทางผู้บังคับบัญชาให้ความสนใจ และมีการแชร์และส่งต่อทางไลน์ ระหว่างครู และผู้ปกครอง ในกลุ่มเด็กนักเรียน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแจ้งความดำเนินคดี ได้มีมารดาของนักเรียนคนดังกล่าว เป็นผู้มาแจ้งที่สภ.เมืองนนทบุรีในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ โดยระบุว่าลูกสาวเป็นนักเรียนชั้น ม.6 วัย 17 ปี เป็นเด็กมีความประพฤติดี โดยเหตุเกิดประมาณ 06.00 น.วันที่ 19 ส.ค. เด็กนักเรียนหญิงข้ามเรือมาจากฝั่งบางศรีเมืองขึ้นที่ท่าน้ำนนทบุรี แวะรับประทานอาหารเช้า จากนั้นก็เดินไปโรงเรียนไปตามถนนที่อยู่ด้านข้างของศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเก่า ซึ่งเป็นถนนสายแคบๆ ระหว่างเดินเข้าไปได้ประมาณ 100 เมตร ก็มีรถฟอร์จูนเนอร์สีดำขับเข้ามาจอดเทียบ คนในรถเปิดประตูลงมาฉุดเอาตัวนักเรียบนขึ้นไปบนรถทางด้านเบาะหลังแล้วปิดประตูขับออกไป โดยภายในรถมีคนขับอยู่ด้านหน้าเพียงคนเดียว ที่เบาะหลังมี 2 คน บังคับให้ก้มหน้า สำหรับนักเรียนคนดังกล่าวนั่งชิดประตูด้านซ้าย

คนในรถพูดแต่เพียงว่า “เดี๋ยวจะไปส่งให้ถึงที่” พอรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนนใหญ่คนร้ายก็เริ่มผ่อนคลาย ยอมให้ลุกขึ้นมานั่งปกติ แต่ให้หันหน้าออกไปด้านนอก จังหวะนั้นเป็นช่วงที่รถติดมาก เด็กก็เลยตัดสินใจเปิดประตูรถ กระโดดหนีลงมา แต่ถูกคนร้ายตามยื้อยุดอยู่สักพัก แต่สุดท้ายเด็กก็วิ่งหนีมาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ นร.หญิงที่ประสบเหตุได้เดินทางไปที่โรงพักและพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปชี้จุดที่เกิดเหตุโดนรถเก๋งฟอร์จูนเนอร์ฉุดที่บริเวณศาลากลางหลังเก่า โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานแวดล้อมบริเวณดังกล่าวไว้ด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

ลุงลงซื้อข้าวเสียบกุญแจคารถกลับมาจยย.ถูกฉกกลางรพ. วงจรปิดจับภาพคนร้ายชายขาเป๋ (คลิป)

คนร้ายลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ภายในลานจอดรถโรงพยาบาลระนอง โดยมีภาพกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายในขณะก่อเหตุลักทรัพย์ไว้ได้ จนท.ตำรวจระบุ คนร้ายลักษณะการเดินคล้ายคนขาเป๋ และขณะขับรถจักรยานยนต์ออกทางประตูหน้าโรงพยาบาล ซึ่งคนร้ายน่าจะทราบว่ามีกล้องวงจรปิด จึงเอาเสื้อคลุมที่พาดบ่ามา ทำการคลุมศีรษะ เพื่อไม่ให้กล้องจับภาพใบหน้า เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 ก.ค. พ.ต.ต.ธนกฤต ศรีนาค ร้อยเวร พงส.สภ.เมืองระนอง รับแจ้งเหตุ คนร้ายลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าดรีม สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ภายในลานจอดรถ โรงพยาบาลระนอง โดยมีภาพกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายในขณะก่อเหตุลักทรัพย์ไว้ได้ โดยผู้เสียหาย คือนายบุญโชติ รุจิกาญจนพิสุทธิ์ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 204/9  ถ.ท่าเมือง ต.เขานิเวศน์ อ.เมืองระนอง จ.ระนอง ได้นำรถจักรยานยนต์เข้าจอดระหว่างทางลงอาคารผู้ป่วย ตึกธนาชีวิต เพื่อเดินไปซื้อแกงถุงภายในร้านค้าสวัสดิการของโรงพยาบาล และจอดไว้เพียง 10 นาที โดยเสียบกุญแจรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ เมื่อกลับมาที่จอดรถ จึงทราบว่ารถจักรยานยนต์ได้หายไปเสียแล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด ที่สามารถบันทึกลักษณะและรูปพรรณคนร้ายในขณะก่อเหตุไว้ได้ โดยคนร้ายสวมกางเกงยีนส์ขายาว เสื้อยืดคอกลมสีฟ้า และทำท่าคล้ายลักษณะเดินโทรศัพท์ลงมาที่รถจักรยานยนต์ ก่อนจะเข้าลักทรัพย์สตาร์ทรถจักรยานยนต์ออกไปทันที ซึ่งท่าทางการเดินเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนระบุ คนร้ายลักษณะการเดินคล้ายคนขาเป๋ และขณะขับรถจักรยานยนต์ออกทางประตูหน้าโรงพยาบาล ซึ่งคนร้ายน่าจะทราบว่ามีกล้องวงจรปิด จึงเอาเสื้อคลุมที่พาดบ่ามา ทำการคลุมศีรษะ เพื่อไม่ให้กล้องจับภาพใบหน้า

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองระนอง  เร่งออกติดตามคนร้าย รายนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวนักธุรกิจสุดทนพ่นสีกำแพงบ้านหรู ขอร้องโจรหลังถูกขโมยงัดบ้าน 3 ครั้ง

 เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. น.ส.พัชริญญา ศรีล้อม อายุ 48 ปี ทำธุรกิจส่วนตัว อยู่บ้านเลขที่ 56/6 ซอย 2 หมู่บ้านจัดสรร “ร่ำรวยการ์เด้นโฮม” บ้านโนนตุ่น ถ.เลี่ยงเมือง ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่า ถูกคนร้ายเข้ามางัดบ้านไป 3 ครั้งขโมยเงินสด ขณะที่บ้านข้างเคียงก้โดนงัดด้วยเช่นกัน จนต้องพ่นสีสเปรย์ข้อความขนาดใหญ่ติดกำแพงบ้านของตัวเองมีข้อความว่า “ไอ้โจรบ้านนี้ ไม่มีเงินทองให้ ไม่ต้องมางัดให้เสียเวลาเปล่า” และอีกข้อความหนึ่งห่างกันประมาณ 10 เมตร ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบนส.พัชริญญา ซึ่งพักอาศัยอยู่ในบ้าน กับสุนัขพันธุ์ไทยสีน้ำตาล 1 ตัว พร้อมพาสำรวจบ้านที่คนร้ายไม่ทราบจำนวนเข้ามาในบ้านด้านหลัง โดยปีนกำแพงเข้ามา ครั้งแรกเข้ามาในบ้านงัดลูกกรงบ้านจนหลุด ครั้งสองเข้ามาที่เดิมงัดลูกกรงชั้นสองจนหลุด ครั้งที่สามปีนเข้าที่เดิมไต่กำแพงมาลงตรงหลังบ้าน และเข้ามางัดหน้าห้องครัว น.ส.พัชริญญา กล่าวว่า ตนมาซื้อบ้านจัดสรรราคา 3.4 ล้านบาท เป็นบ้านชั้นครึ่งในที่ดิน 138 ตารางวา เมื่อ 8-9 ปี ที่ผ่านมา ช่วงนั้นมี รปภ.ดูแลอย่างดี ปัญหาการงัดแงะยังไม่เกิดขึ้น มาประมาณปี 2557 จนถึงปัจจุบัน บ้านหลายหลังไม่มีคนมาอยู่ บางบ้านประกาศขาย และรปภ.ไม่มีมาดูแล เจ้าของบ้านจึงต้องเฝ้าบ้านของตัวเอง วันไหนไม่อยู่บ้าน คนร้ายก็เข้ามางัดแงะไม่ใช่บ้านของตนก็เป็นบ้านข้างเคียง “คนร้ายคาดว่ามาคนเดียว จะเข้ามางัดแงะบ้านขโมยโน๊คบุ๊ค โทรศัพท์ เงินสด โดยเฉพาะบ้านของตนเจอคนร้ายเข้ามางัดแงะถึง 3 ครั้ง ได้เงินสดไปครั้งละไม่เกิน 500 บาท แจ้งตำรวจทุกครั้ง ตำรวจก็มาตรวจที่เกิดเหตุทุกครั้ง คนร้ายก็ยังเข้ามางัดแงะในบ้าน จนอดทนไม่ไหว ไม่รู้จะทำยังไง จึงเขียนข้อความขอร้องโจร อย่าเข้ามาขโมยในบ้านของตนเลย เพราะไม่มีอะไรให้มาขโมยอีกแล้ว ขอฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เพิ่มความเข้มงวดตรวจตรามากขึ้นด้วย เพื่อไม่ให้ประชาชนคนอื่นต้องตกเป็นเหยื่อเหมือนบ้านของตนเอง รวมทั้งอยากฝากถึงเจ้าของบ้านหลังอื่นๆ ระมัดระวังบ้านของตัวเองด้วย เพราะปัจจุบันแก๊งลักขโมยชุกชุม หากพึ่งใครไม่ได้ก็ต้องพึ่งตัวเอง” น.ส.พัชริญญา กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

โคตรเลว! ล่าโจรหื่นบุกปล้ำเลขาสาวสวย เหยื่อบอกเป็นเมนส์เลยบังคับใช้ปากแทน!!

เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 18 มิ.ย. ร.ต.ท.หญิง เกวลีศิริ ผาสุขธนไพศาล รองสว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุหญิงสาวถูกคนร้ายพยายามจะข่มขืนและลักทรัพย์สิน เหตุเกิดในห้องพักแพนเดีย  ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนรีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นห้องพักชั้นสองห้อง พบ น.ส.เมย์ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี อาชีพเลขานุการร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา อยู่ในอาการหวาดกลัวร้องไห้ฟูมฟาย ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกคนร้ายพยายามจะข่มขืน แต่ตนเองกลอุบายเอาตัวรอดคนร้ายมาได้ ก่อนที่คนร้ายจะลักทรัพย์เป็นเงินสด 3,000 บาท และปีนระเบียงหลังห้องหลบหนีไปตามหลังคา เมื่อตั้งสติได้จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว14662240731466224301l น.ส.เมย์ (นามสมมุติ) เล่าว่าหลังเลิกงานตนได้กลับมานอนที่ห้องพักเพียงลำพัง จนกระทั่งเผลอหลับไป สักพักได้ยินเสียงแปลกๆ ตนไม่ได้เอะใจคิดว่าเสียงลมพัดเพราะขณะนั้นมีฝนตกอย่างหนัก จนกระทั่งสังเกตเห็นเงาตะคุ้มเข้ามาประชิดตัวพร้อมเอามือปิดปาก พร้อมกับข่มขู่ว่าถ้าไม่อยากเจ็บตัวอย่าส่งเสียงแค่ต้องการจะมีอะไรด้วยเท่านั้น แต่หนูใช้อุบายโกหกว่าเป็นประจำเดือน จนคนร้ายหลงเชื่อจึงบังคับให้ใช้ปากอมอวัยวะเพศจนสำเร็จความใคร่ หลังจากนั้นคนร้ายก็ได้หยิบเงินในกระเป๋าแล้วรีบหลบหนีไปดังกล่าว เบื้องต้นร.ต.ท.หญิง เกวลีศิริ ผาสุขธนไพศาล รองสว.สอบสวน เจ้าของคดี ยังมีข้อสงสัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุเพิ่มเติมเชื่อว่าคนร้ายน่าจะอาศัยอยู่ในละแวกที่เกิดเหตุ เพื่อไล่ล่าโจรหื่นกามรายนี้มาดำเนินคดีอย่างเร็วที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

2 มือปืนประกบยิงหนุ่มใหญ่เกาะสมุย กระสุนตุงท้ายทอย อาการโคม่า

หนุ่มใหญ่สุราษฎร์ จอดรถทำธุระ เจอคนร้ายยิงกระสุนตุงท้ายทอย อาการโคม่า พบประวัติเอี่ยวคดียานรก พยานเผย เห็น 2 คนขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากที่เกิดเหตุ คาดเป็นคนร้าย ขณะ ตร.บ่อผุด สันนิษฐานอาจเป็นมือปืนรับจ้าง

เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 11 พ.ค. 59 พ.ต.ต.อุดมศักดิ์ ทัพภะ สว.สส.สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงได้บาดเจ็บ บริเวณหน้าธนาคารถนนทวีราษฎร์ภักดี (ถนนสายรอบเกาะสมุย) ก่อนถึงสามแยกไฟแดงทางเข้าตลาดดาวซีฟู้ดจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับ พ.ต.อ.เทเวศร์ ปลื้มสุทธิ์ ผกก.สภ.บ่อผุด และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนชายถูกยิง เสียชีวิตคาเบาะรถ ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน กธ 5160 สุราษฎร์ธานี จอดอยู่ริมถนน ตรวจสอบพบภายในรถมีเลือดกระจายอยู่บริเวณเบาะฝั่งคนขับและพื้นถนนเป็นจำนวนมาก พบหัวกระสุนปืน ขนาด 11 มม. จำนวน 2 หัว ตกอยู่ และมีปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. จำนวน 3 ปลอก ตกอยู่บนถนนห่างจากรถที่เกิดเหตุประมาณ 3 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนเจ็บพลเมืองดีได้นำส่ง รพ.กรุงเทพสมุย ไปก่อนหน้านี้แล้ว ทราบชื่อ นายสุวรรณ อนุอินทร์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/4 ม.5 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ถูกยิงเข้าบริเวณใต้คางขวากระสุนทะลุแก้มซ้าย 1 นัด และที่ปากกระสุนฝังบริเวณท้ายทอย 2 นัด อาการยังไม่พ้นขีดอันตราย โดยก่อนเกิดเหตุ นายสุวรรณ ขับรถมาจอดรถริมถนนเพื่อจะลงมาทำธุระ ก่อนที่คนร้ายจะเข้าก่อเหตุกระหน่ำยิงดังกล่าว

จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะนั่งอยู่ภายในบ้านได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 4 นัด จึงะวิ่งออกมาดูพบชาย 2 คน ซ้อนรถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก สีขาวแดง (ไม่ทราบทะเบียน) เร่งเครื่องหนีออกจากที่เกิดเหตุ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นคนร้ายยิงคนเจ็บ จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจสอบ และนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลปลอกกระสุนตกในที่เกิดเหตุ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นว่า คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุมีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน และการยิงที่แม่นยำ คาดว่าผู้ที่ก่อเหตุอาจเป็นมือปืนรับจ้าง ส่วนประเด็นสาเหตุอาจจะเกิดจากการขัดแย้งผลประโยชน์บางอย่าง เพราะจากการตรวจสอบในรถของผู้บาดเจ็บ พบเอกสารการประกันตัวในชั้นศาล คดียาเสพติดของผู้บาดเจ็บด้วย

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบประวัติผู้ที่ถูกยิงอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดในการตามประกบยิงในครั้งนี้ โดยทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ทิ้งประเด็นอื่นๆ ซึ่งหลังจากนี้ จะมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

โจรใต้ลอบบึมทหารช่างยะลา ขณะสร้างบ้านช่วยผู้ขัดสน ดับ 1 เจ็บ 5

ทหารพรานชุดอินทร 47 อ.ยะหา จ.ยะลา เข้าสร้างบ้านตามโครงการช่วยเหลือผู้ขัดสน ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง ส.อ. หัวหน้าชุดเสียชีวิตคาที่ ขณะ อส.ทพ. อีก 5 นายบาดเจ็บ คาด ฝีมือแนวร่วมในพื้นที่

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 เม.ย. 59 ร.ต.ท.ปรัชญา เหตุหาก รอง สว.สส.สภ.ยะหา จ.ยะลา รับแจ้งคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายนาย เหตุเกิดที่บ้านเคละ หมู่ 4 ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบก.ภ.จว.ยะลา พ.ต.อ.ปนพวัฒน์ ขัตติยะวรานันท์ ผกก.สภ.ยะหา พ.ต.ท.สายูตี กาเต๊ะ รอง ผกก.ป.สภ.ยะหา นายจะเร ตุ้งแก้ว ปลัดป้องกันอำเภอยะหา เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดศรศึก-ศรชัย ภ.จว.ยะลา ฝ่ายพิสูจน์หลักฐาน 10 ยะลา เจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะหา สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครอง รุดไปสอบสวนทหารช่างยะลา ถูกลอบบึมหลังเข้าช่วยสร้างบ้านให้ประชาชน เสียชีวิต1 เจ็บ5 นาย

ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนภายในหมู่บ้าน บริเวณบ้านเลขที่ 19/4 หมู่ 4 ต.บาโร๊ะ ของ นางบีเดาะ ดอเลาะ ซึ่งเป็นบ้านที่กำลังก่อสร้าง ได้รับความเสียหาย และพบศพ ส.อ.ต่วนกูอาซิ บนบาง อายุ 27 ปี สภาพศพเละ และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 5 นาย ประกอบด้วย อส.ทพ.ศักดิ์เศก เกตุรัก อายุ 41 ปี ขาหัก 2 ข้าง อส.ทพ.ธีรพงศ์ แก้วสุวรรณ อายุ 27 ปี ขาซ้ายหัก อส.ทพ.สุรศักดิ์ สุวรรณปาน อายุ 38 ปี มีบาดแผลที่หน้าท้อง อส.ทพ.สุทัศน์ หลวงศรี อายุ 35 ปี และ อส.ทพ.เกษม แก้วสลัว อายุ 27 ปี ทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดอินทร 47 สังกัด ร้อย.ทพ.4708 กรมทหารพรานที่ 47 อ.ยะหา จ.ยะลา โดย 3 นายแรกอาการสาหัส และอีก 2 นาย ถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะหา ลำเลียงส่ง รพ.สมเด็จพระยุพราชยะหา จากนั้นแพทย์รีบส่งต่อไปยัง รพ.ศูนย์ยะลา ในที่เกิดเหตุพบเศษกล่องเหล็ก ชิ้นส่วนวิทยุสื่อสาร สะเก็ดระเบิดตัดจากเหล็กเส้นกระจัดกระจาย จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดดังกล่าวเป็นชุดช่าง มี ส.อ.ต่วนกูอาซิ เป็นหัวหน้าชุด นำกำลังพลรวม 6 นาย ออกไปช่วยสร้างบ้านให้ นางบีเดาะ ตามโครงการช่วยเหลือผู้ขัดสน โดยเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดดังกล่าวมาช่วยสร้างบ้านแล้ว 5 วัน ก่อนเกิดเหตุขณะที่ทั้งหมดเดินทางมาถึงบ้าน นางบีเดาะ แล้วเดินเข้าไปเตรียมปฏิบัติหน้าที่ จู่ๆ เกิดระเบิดดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ ส่วนคนร้ายคาดว่าเป็นแนวร่วมในพื้นที่ ลงมือก่อเหตุโดยแอบนำระเบิดแสวงเครื่องอัดกล่องเหล็กน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 10 กก. มาวางซุกไว้ แล้วจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร.

ที่มา>>>Thairath