กทม. แจงปมตัดต้นไม้หน้าสีลมเพื่อความปลอดภัย ต้นไม้มีโรค-อาจโค่นได้

 * กทม. แจงปมตัดต้นไม้หน้าสีลมเพื่อความปลอดภัย ต้นไม้มีโรค-อาจโค่นได้ *

ตัดต้นไม้หน้าสีลม

กทม. ชี้แจงกรณีตัดต้นประดู่ หน้าสีลม ซอย 10 เผยพบโรคและแมลงทำลายต้นไม้ หากเจอลมแรงอาจหักโค่นได้ จึงต้องตัดทิ้งเพื่อความปลอดภัย

ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างมาก หลังจากมีผู้นำภาพของต้นประดู่ที่ถูกตัดจนเหลือเพียงตอไม้มาเผยแพร่ในเฟซบุ๊ก ระบุว่าต้นไม้ต้นนี้ถูก กทม. ตัดไป บริเวณหน้าสีลม ซอย 10 พร้อมตั้งคำถามว่า กทม. ต้องการอะไรกันแน่ ขณะที่หลายคนแสดงความข้องใจว่าเหตุใดจึงต้องมีการตัดต้นไม้จนเหลือแต่ตอเช่นนี้ ทั้งที่ต้นไม้ดูแข็งแรงดี

จากกระแสวิจารณ์ดังกล่าว ทำให้ในเวลาต่อมา วันที่ 21 มีนาคม 2559 ทางเฟซบุ๊ก ทีมอาสา ผู้ว่าฯ กทม จึงต้องออกมาชี้แจงกรณีตัดต้นไม้บริเวณสีลม ซอย 10 โดยระบุว่า ทางกลุ่มงานปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ตรวจสอบพบว่าต้นประดู่ดังกล่าวมีกิ่งหัก โค่นไปพาดกับเสาโคมไฟ จึงต้องดำเนินการเอาออกเพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่สัญจรไปมาหรืออาศัยอยู่บริเวณนั้น

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบต้นไม้บริเวณรากและลำต้น พบว่ามีโรคและแมลงเข้าทำลายทั้งต้น ไม่สามารถเจริญเติบโตได้อีกต่อไป เมื่อเจอลมพัดแรง อาจหักโค่น เป็นอันตรายกับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวและยานพาหนะที่แล่นผ่านไปมาได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการตัดต้นไม้ ซึ่งกลุ่มงานปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้จะรีบดำเนินการขุดถอนและปลูกต้นใหม่ทดแทน

อ่านเพิ่มเติม กทม. แจงปมตัดต้นไม้หน้าสีลมเพื่อความปลอดภัย ต้นไม้มีโรค-อาจโค่นได้

เรื่องดี ๆ ที่ต้องแชร์ แม่ค้าใจดี แจกน้ำเต้าหู้ให้คนท้องกินฟรีจนคลอด

 * เรื่องดี ๆ ที่ต้องแชร์ แม่ค้าใจดี แจกน้ำเต้าหู้ให้คนท้องกินฟรีจนคลอด *

แจกน้ำเต้าหู้

เรื่องดี ๆ ที่ต้องแชร์ ! แม่ค้าใจดี แจกน้ำเต้าหู้ให้คนท้องกินฟรีจนคลอด พิกัดตลาดห้วยขวาง การแบ่งปันเล็ก ๆ ที่ทำให้สังคมน่าอยู่ เห็นแบบนี้แล้วกดไลค์ให้รัว ๆ เลย

รีทวีตกันเพียบเลยทีเดียว สำหรับภาพและเรื่องราวของแม่ค้าใจดีรายหนึ่ง ที่เขียนป้ายตัวโต ๆ บอกว่า คุณแม่ที่ตั้งครรภ์รับน้ำเต้าหู้ฟรี 1 ถุง ให้ดื่มจนคลอดทุกวัน !! งานนี้ชาวเน็ตเลยขอกดหัวใจให้แม่ค้าคนนี้กันเพียบเลย

โดย คุณ ‏@arthsarun ได้ทวีตภาพดังกล่าวเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2559 ระบุว่า แม่ค้าท่านนี้อยู่ที่ตลาดห้วยขวางและโพสต์ภาพแม่ค้ากับป้ายดังกล่าว พร้อมน้ำเต้าหู้เครื่องแน่นให้ได้ชมกัน

เรียกได้ว่าเป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ การแบ่งปันแบบนี้ทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้นเป็นกองเลย ยังไงก็ขอให้แม่ค้าท่านนี้ขายดิบขายดี และว่าที่คุณแม่ทั้งหลายก็ขอให้แข็งแรง ๆ ดื่มน้ำเต้าหู้ทุกวันดีต่อลูกในท้องนะคะ

ภาพจาก ทวิตเตอร์ ‏@arthsarun

อายข้ามประเทศ ! แชร์กระหน่ำทัวร์ไทยเที่ยวสวิตฯ กินไม่เก็บทิ้งขยะเกลื่อน

 * อายข้ามประเทศ ! แชร์กระหน่ำทัวร์ไทยเที่ยวสวิตฯ กินไม่เก็บทิ้งขยะเกลื่อน *

กินไม่เก็บ

แชร์กระหน่ำทัวร์ไทยเที่ยวสวิตฯ กินไม่เก็บทิ้งกล่องข้าวเหนียวหมูนับสิบไว้ดูต่างหน้า ไม่สนสิ่งใด เดินไปแชะภาพ ทำเอาชาวเน็ตอายข้ามประเทศ !

แชร์กันกระหน่ำเลยทีเดียว สำหรับนิสัยของคนไทยบางกลุ่ม เมื่อไปท่องเที่ยวต่างประเทศ แถมยังขนอาหารการกินไปกินกันเอง แต่ !! ไม่ยอมเก็บ ไม่ยอมทิ้ง มักง่ายวางแหมะไว้กับพื้น งานนี้ชาวเน็ตเห็นภาพลมแทบจับ ถามบริษัททัวร์ คนไทย และไกด์ ทำไมมักง่ายอะไรได้ขนาดนี้

กินไม่เก็บ

โดยเรื่องราวดังกล่าว คุณ minizooland สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม โพสต์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2559 พร้อมระบุข้อความว่า “นี่เป็นกรุ๊ปทัวร์คนไทยไปสวิตเซอร์แลนด์ และอุตส่าห์ขนเมตตาหมูทอดไปกินกันไกล๊ไกล แถมไม่ลืมจะใช้นิสัยเดิม ๆ ทิ้งซากไว้แฉที่มาตัวเอง” พร้อมกับภาพหลักฐานเป็นภาพกล่องหมูทอดและลังอาหารทิ้งไว้ตรงบริเวณข้างทาง ขณะที่นักท่องเที่ยวก็แชะภาพเซลฟี่อย่างสบายใจ

ด้านชาวเน็ตพากันกดโหวตกระทู้รัว ๆ พร้อมระบุว่า ทำไมนักท่องเที่ยวไทยถึงได้ทำตัวน่าอายขนาดนี้ อย่าสักแต่ว่านักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาเที่ยวประเทศเราแล้วทำพฤติกรรมไม่ดี แต่ขอให้ย้อนมองดูตัวเองบ้าง เพราะแต่ละอย่างที่ทำก็ไม่ต่างจากนักท่องเที่ยวจีนเลย

ภาพและข้อมูลจาก คุณ minizooland สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

ทะเลแหวกแนวสันหลังมังกรที่พังงา งดงามแปลกตาน่าไปดู

 * ทะเลแหวกแนวสันหลังมังกรที่พังงา งดงามแปลกตาน่าไปดู *

ทะเลแหวก พังงา

ทะเลแหวกแนวสันหลังมังกร เกาะยาวน้อย แหล่งท่องเที่ยวใหม่สุดฮือฮาในพังงา สวยงามแปลกตาราวมังกรปรากฏกลางทะเล ชาวบ้านเผยจะมีให้เห็นในช่วงสั้น ๆ ราว 1 เดือนเท่านั้น

วันนี้ (15 มีนาคม 2559) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 มีรายงานว่า ขณะนี้ในโลกออนไลน์กำลังมีการแชร์ภาพและคลิปแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่มีความสวยงามแปลกตา หาชมยากจนขึ้นแท่นเป็นจุด UNSEEN แห่งใหม่ ในพื้นที่อำเภอเกาะยาวน้อย จ.พังงา หลังจากที่คุณ Theerasak Saksritawee ได้นำภาพสวย ๆ มาเผยแพร่ในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา

โดยแหล่งท่องเที่ยวซึ่งกำลังเป็นที่ฮือฮาอยู่นี้ ก็คือทะเลแหวกแนวสันหลังมังกร เกาะยาวน้อย ซึ่งจากการใช้โดรนเก็บภาพสันดอนทรายที่โผล่ขึ้นเหนือน้ำในขณะที่น้ำลดนี้ วัดระยะทางได้ 2 กิโลเมตร เกิดเป็นภาพสวยงามแปลกตาที่หากใครต้องการมาชม ขอแนะนำให้มาตั้งแต่ช่วงที่น้ำยังไม่ลด เพื่อจะชมภาพของน้ำทะเลที่ค่อย ๆ ลดลง ปรากฏเป็นเส้นทางเหมือนสันหลังมังกรทอดยาวในทะเล

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่เผยว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่นาน ประมาณ 1 เดือนเท่านั้น ไม่ทราบว่าจะยังมีอยู่ในเห็นอีกจนถึงช่วงไหน โดยคาดว่าหลังจากนี้คงจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมกันอีกเป็นจำนวนมาก

สวยจนต้องปักหมุด ทะเลแหวกแนวสันหลังมังกรที่พังงา งดงามแปลกตาน่าไปดูสวยจนต้องปักหมุด ทะเลแหวกแนวสันหลังมังกรที่พังงา งดงามแปลกตาน่าไปดู

ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร

บัวขาวรอดตัว! ‘พิพากษายกฟ้อง’ คดีผิดสัญญาไทยไฟต์

บัวขาว

เป็นข่าวดีสำหรับ “บัวขาว บัญชาเมฆ” นักชกชื่อก้องที่จะไม่ต้องสูญเสียเงิน 50 ล้านบาทหลัง “พิพากษายกฟ้อง” คดีไทยไฟต์เรียกร้องค่าเสียหายจากการทำผิดสัญญาไม่ยอมขึ้นชกแข่งขัน…

วันที่ 22 มีนาคม 2559 ที่ศาลแพ่ง เวลา 10.00 น. ผู้พิพากษาได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ พ.2143 / 2558 กรณีคดีพิพาท ระหว่าง บริษัท สปอร์ตอาร์ท จำกัด โดย นายนพพร วาทิน กรรมการผู้จัดการ “เจ้าของรายการแข่งขันชกมวย รายการ “ไทยไฟต์” ที่ได้มอบอำนาจให้นายนพรัตน์ พุทธรัตนมณี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสมบัติ บัญชาเมฆ หรือ “บัวขาว บัญชาเมฆ” เป็นจำเลยในคดีเรียกค่าเสียหายจาก “บัวขาว” เป็นเงิน 50 ล้านบาท

โดย นายนพรัตน์ อ้างว่า “บัวขาว” ผิดสัญญาไม่ขี้นชกแข่งขันในรายการ “ไทยไฟต์ ” ที่เป็นข่าวโด่งดังมาก่อนหน้านี้ ซึ่งทางผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปทางผู้จัดการส่วนตัวของบัวขาว ว่าที่ร้อยโทธีรวัฒน์ ยิ้วยิ้ม ได้ความว่า ทางทนายความได้แจ้งว่า “ในวันนี้ศาลแพ่ง ได้มีคำพิพากษายกฟ้องของโจทก์ ในคดีดังกล่าวที่ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหาย “จากบัวขาว” เป็นเงิน 50 ล้านบาท โดยรายละเอียดของคำพิพากษาและเหตุผลที่ยกฟ้องนั้นคงต้องรอรายละเอียดที่ทางทนายความจะได้ขอคัดถ่ายคำพิพากษาของศาลมาให้ตนอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากรายละเอียดของคำพิพากษาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทาง “บัวขาว” ได้ทราบเรื่องแล้ว ก็รู้สึกดีใจและขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ได้ให้กับบัวขาวในเรื่องนี้

ที่มา>>>Thairath

มันแน่! ‘จิ้งจอกสยาม’ รอฟัด ‘บาร์ซา-ปารีส’ ปรีซีซั่น ICC 2016

จิ้งจอกสยาม

มันแน่กับศึกลูกหนังปรีซีซั่น อินเตอร์เนชันแนล แชมเปียนส์ คัพ 2016 ที่ทวีปยุโรป และ แดนมะกัน โดยปีนี้ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงของศึกพรีเมียร์ลีกถูกเชิญไปร่วมหวดกับบรรดายักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปไม่ว่าจะเป็น บาร์เซโลนา, ปารีส แซงต์แชร์กแมง, เรอัล มาดริด หรือ บาเยิร์น มิวนิก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 22 มี.ค. ว่า ศึกฟุตบอลนัดกระชับมิตรปรีซีซั่นรายการ อินเตอร์เนชันแนล แชมเปียนส์คัพ 2016 ที่ทวีปยุโรป และ ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเตรียมพร้อมก่อนสู้ศึกฤดูกาล 2016/17 ในช่วงซัมเมอร์นี้ได้ฤกษ์ระบุทีมลงแข่งขันพร้อมโปรแกรมออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยทีมที่สร้างความฮือฮาในครั้งนี้คงหนีไม่พ้น “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมฟอร์มฮอตที่เป็นจ่าฝูงของศึกพรีเมียร์ลีกอยู่ในเวลานี้ ที่จะเข้าทำการแข่งขันรายการนี้เป็นครั้งแรกร่วมกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล และ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี อีก 2 ตัวแทนจากลีกเดียวกัน

ขณะที่บรรดายักษ์ใหญ่จากทั่วยุโรปทีมอื่นประกอบด้วย “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา,”ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด 2 ทีมยักษ์ใหญ่จากลีกสเปน,”เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก แชมป์บุนเดสลีกา เยอรมัน,ปารีส แซงต์แชร์กแมง มหาอำนาจลูกหนังลีกน้ำหอม, อินเตอร์ มิลาน, เอซี มิลาน 2 ทีมแกร่งจากอิตาลี และ กลาสโกว์ เชลติก แชมป์จากลีกสกอตแลนด์ ก็ตอบรับลงแข่งขันกันพร้อมหน้าพร้อมตา

สำหรับโปรแกรมของ “จิ้งจอกสยาม” จะเปิดหัวรายการนี้พบกับ กลาสโกว์ เชลติก ที่กลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ วันที่ 23 ก.ค. ต่อด้วยพบกับ ปารีส แซงต์แชร์กแมง ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 30 ก.ค. และจบที่การปะทะเดือดกับ บาร์เซโลนา ยักษ์ใหญ่จากลีกกระทิง ที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดนวันที่ 3 ส.ค. นี้

ส่วน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล รองแชมป์เก่าเมื่อปี 2013 มีคิวลงเปิดสนามทำศึกสายเลือดกับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี คู่ปรับร่วมลีกในวันที่ 27 ก.ค. ที่ แพซาดีนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อด้วยพบกับ เอซี มิลาน ทีมแกร่งจากอิตาลีในอีก 3 วันให้หลังที่ ซานตาคลารา และปิดท้ายพบกับ บาร์เซโลนา ซึ่งเวลาและสถานที่ยังไม่ถูกระบุ

จิ้งจอกสยาม1

สรุปโปรแกรมการแข่งขันของทุกคู่ทุกสนามรายการ ICC 2016

ที่มา>>>Thairath

สภาสั่งรื้อนาฬิกา 240 เรือน มูลค่า 14.8 ล้าน ออก หลังใช้งานไม่ได้แรมปี

 * สภาสั่งรื้อนาฬิกา 240 เรือน มูลค่า 14.8 ล้าน ออก หลังใช้งานไม่ได้แรมปี *

นาฬิกา 240 เรือน

รัฐสภา สั่งรื้อนาฬิกาดิจิตอล ทั้งข้างในและข้างนอกกว่า 240 เรือน มูลค่ากว่า 14.8 ล้านบาท ออก หลังจากใช้งานไม่ได้นานนับปี

วันที่ 9 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.ได้มีผู้รับเหมาจากบริษัท อิควิป แมน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทคู่สัญญากับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในโครงการปรับปรุงนาฬิกาภายในและภายนอกรัฐสภา จำนวน 240 เรือน มูลค่าโครงการ 14.8 ล้านบาท เข้ามารื้อถอนนาฬิกาดิจิตอลที่ติดตั้งภายในอาคารรัฐสภา และภายนอกโดยรอบอาคารรัฐสภาออก หลังจากที่นาฬิกาไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ตั้งแต่กลางปี 2558 อย่างไรก็ตาม นาฬิกาดิจิตอลที่ติดตั้งในรัฐสภานั้น เคยใช้งานไม่ได้ตามปกติมาแล้วหนึ่งครั้ง คือ ช่วงเดือน สิงหาคม 2556 สาเหตุจากความขัดข้องของระบบปฏิบัติงาน แต่ได้รับการซ่อมแซมจนสามารถกลับมาใช้ได้ตามปกติ

แหล่งข่าวจากรัฐสภา แจ้งว่า การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) มีมติให้ทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ทบทวนผลการตรวจสอบความโปร่งใสในโครงการจัดซื้อนาฬิกา เพราะคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบรายงานผลการพิจารณาที่ขัดแย้งกัน โดยเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ที่มีผลรายงานว่า สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ​ไม่เสียหาย เพราะยังไม่ได้จ่ายเงินในการจัดซื้อ ซึ่งที่ประชุม ก.ร. ได้ให้ความเห็นแย้งว่า เหตุผลสำคัญที่ไม่จ่ายเงินค่าซื้อของ เพราะถูกสื่อมวลชนขุดคุ้ยความไม่โปร่งใส จึงทำให้สำนักงาน ไม่กล้าจะจ่ายเงิน ซึ่งการนำเสนอของสื่อมวลชนนั้น ทำให้ภาพลักษณ์ของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เสียหายอย่างหนัก

ขณะเดียวกันผลการตรวจสอบเรื่องการลงโทษทางวินัยกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องนั้น ได้รายงานว่า ได้ลงโทษทางวินัยสถานเบากับข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือว่าเป็นความเสียหายที่เกิดกับสำนักงานจริง ส่วนเรื่องการอุทธรณ์ผลการตรวจสอบโครงการดังกล่าวนั้น ก.ร. ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมในด้านการดำเนินงาน ก่อนจะมีมติสั่งการใด ๆ อีกครั้งในการประชุมครั้งถัดไป

บิ๊กตู่ ไฟเขียว สร้างรถรางไฟฟ้าที่ขอนแก่น คาดใช้ งบ 1.5 หมื่นล้าน เปิดเดินรถได้ปี 61

 * บิ๊กตู่ ไฟเขียว สร้างรถรางไฟฟ้าที่ขอนแก่น คาดใช้ งบ 1.5 หมื่นล้าน เปิดเดินรถได้ปี 61 *

รถรางไฟฟ้าที่ขอนแก่น

ประยุทธ์ จันทร์โอชา เซ็นอนุมัติ ขอนแก่นสร้างรถรางไฟฟ้าที่แรก ระยะทาง 26 กิโลเมตร เอกชนชี้งบลงทุนประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท คาดเปิดเดินรถได้ปลายปี 2561

วานนี้ (16 มีนาคม 2559) นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช.ทวี ดอลล่าเซียน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เซ็นคำสั่งอนุมัติหลักการโครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนใน จ.ขอนแก่น ด้วยระบบรถรางไฟฟ้า (แทรม) ระยะที่ 1 ช่วงเหนือ-ใต้ ระยะทาง 26 กิโลเมตร ตามข้อเสนอของ พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าคสช. ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งภายในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการบูรณาการเพื่อผลักดันโครงการนี้ โดยได้สนับสนุนงบประมาณ 38 ล้านบาทให้แก่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อศึกษาเพิ่มเติมและปรับแก้โครงการฯ ที่เคยได้มีการศึกษาไว้แล้วแต่เป็นรูปแบบรถเมล์ด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการศึกษาทั้งหมดประมาณ 8 เดือน หลังจากนั้นคาดว่า จะเริ่มก่อสร้างได้ในต้นปี 2560 ใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 ปีก็น่าจะสามารถเปิดให้บริการเดินรถได้ในช่วงปลายปี 2561 ถึงต้นปี 2562

โดยโครงการดังกล่าวจะใช้งบประมาณลงทุนประมาณ 15,000 ล้านบาท และใช้รูปแบบการลงทุนจากภาคเอกชนทั้งหมด ซึ่งจะมีการร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ.ขอนแก่น จัดตั้งเป็นบริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด หรือ เคทีที ขึ้น โดยยึดรูปแบบโมเดลของบริหารงานแบบรถไฟฟ้าบีทีเอสของกรุงเทพฯ ซึ่งในขณะนี้มีผู้ประกอบการใน จ.ขอนแก่น 20 บริษัท ร่วมกันลงขันแล้วกว่า 200 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากโครงการในระยะแรก สามารถดำเนินการจนเปิดเดินรถได้ จ.ขอนแก่น ก็จะถือเป็นจังหวัดของไทยที่มีระบบขนส่งมวลชนเป็นของตนเองนอกเหนือจากกรุงเทพฯ ซึ่งขอนแก่นจะกลายเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่นที่มีศักยภาพ พร้อมที่จะรุกขึ้นมาก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนด้วยตนเอง

สนามบินภูเก็ตป่วน หนุ่มรัสเซียบอกเครื่องไม่ปลอดภัย คุมตัว-เร่งตรวจวุ่น !

 * สนามบินภูเก็ตป่วน หนุ่มรัสเซียบอกเครื่องไม่ปลอดภัย คุมตัว-เร่งตรวจวุ่น ! *

สนามบินภูเก็ต 20 มีนา

หนุ่มรัสเซียโวยไม่อยากขึ้นเครื่องบินเที่ยว NWS 2478 เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย ทำสนามบินภูเก็ตป่วน เจ้าหน้าที่ตรวจวุ่น-คุมสอบปากคำแล้ว

วันที่ 20 มีนาคม 2559 มีรายงานว่า เครื่องบินของสายการบินนอร์ดวินด์ แอร์ไลน์ เส้นทางภูเก็ต-มอสโค เที่ยวบิน NWS 2478 มีกำหนดเดินทางออกจากสนามบินนานาชาติภูเก็ต ในเวลา 10.35 น. แต่ก่อนจะทำการบิน ได้มีผู้โดยสารชาวรัสเซียรายหนึ่ง คือ นายอเล็กซานเดอร์ โนซอฟ อายุ 25 ปี กล่าวขึ้นมาว่า เขารู้สึกไม่ปลอดภัยในการเดินทางกับเที่ยวบินดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้กัปตันทราบ ก่อนประสานศูนย์การบินและเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยทั้งเครื่องบิน ผู้โดยสาร รวมถึงสัมภาระต่าง ๆ อย่างละเอียด

ทั้งนี้ เรือตรี ธานี ช่วงชู รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากกัปตันว่า ขณะกำลังจะนำเครื่องขึ้นบินเพื่อเดินทางไปยังสนามบินปลายทาง มีผู้โดยสารสัญชาติรัสเซียรายหนึ่งพูดว่า ไม่อยากเดินทางไปกับเคลื่องบินลำนี้แล้ว เพราะรู้สึกว่าไม่มีความปลอดภัย กัปตันเลยให้ผู้โดยสารลงจากเครื่อง ก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ชุดตรวจสอบวัตถุระเบิดท่าอากาศยานภูเก็ต และผู้เกี่ยวข้อง จะเข้าตรวจคัดกรองผู้โดยสารจำนวน 369 คน และสัมภาระจำนวน 323 ชิ้น รวมถึงนำเครื่องบินลำดังกล่าวไปหลุมจอดระยะไกลเพื่อตรวจสอบจนเสร็จสิ้น ไม่พบว่ามีอันตรายใด ๆ บนเครื่อง และล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. สามารถนำเครื่องขึ้นบินได้ตามปกติแล้ว โดยทางกัปตันไม่อนุญาตให้ นายอเล็กซานเดอร์ โนซอฟ ผู้โดยสารชาวรัสเซียคนดังกล่าว โดยสารไปกับสายการบินเที่ยวนี้

อ่านเพิ่มเติม สนามบินภูเก็ตป่วน หนุ่มรัสเซียบอกเครื่องไม่ปลอดภัย คุมตัว-เร่งตรวจวุ่น !

บัวขาว บัญชาเมฆ โค่นนักชกจีนคะแนนเอกฉันท์ ศึกคุนหลุนไฟต์

 * บัวขาว บัญชาเมฆ โค่นนักชกจีนคะแนนเอกฉันท์ ศึกคุนหลุนไฟต์ *

บัวขาว บัญชาเมฆ

บัวขาว บัญชาเมฆ ชนะ ข่ง หลิงเฟย ด้วยคะแนนแบบเอกฉันท์ ศึกคุนหลุนไฟต์ ที่จีน รุ่น 70 กิโลกรัม

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2559 มีการแข่งขันมวยคุนหลุน ไฟต์ ที่ประเทศจีน ซึ่งมีบัวขาว บัญชาเมฆ นักมวยชื่อดังของไทย ลงแข่งขันพบกับ ข่ง หลิงเฟย นักชกจีน ในรุ่น 70 กิโลกรัม ใช้กฎกติกาการแข่งขันแบบคิกบ็อกซิ่ง

สำหรับผลการแข่งขันนั้น บัวขาวสามารถเอาชนะคะแนนไปได้หลังจากครบ 3 ยก ที่ 29-28, 30-28 และ 30-27

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Banchamek Gym