วังสระปทุม พระตำหนักเปี่ยมรักในความทรงจำ

ประเทศไทยของเราเต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในความทรงจำ โดยหนึ่งในที่ประทับของเจ้านายหลายพระองค์ ที่อบอวลไปด้วยเรื่องราวความรักความผูกพันของพระราชวงศ์ชั้นสูงก็คือ “วังสระปทุม

เพื่อสืบสานตำนานแห่งพระตำหนักเปี่ยมรัก “เดอะวิสดอม ธนาคารกสิกรไทย” จัดกิจกรรม “THE WISDOM Heritage : Exclusively visit Queen Savang Vadhana Museum and Exhibition” ณ วังสระปทุม พาเหล่าสมาชิกวิสดอมไปร่วมย้อน รำลึกถึงเรื่องราวความรักความผูกพันที่อบอวลอยู่ในพระตำหนักนี้ โดยมี “คุณชวลี อมาตยกุล” รองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นวิทยากรกิตติมศักดิ์“วังสระปทุม” เป็นพระตำหนักที่ประทับของ “สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า” ตั้งแต่ พ.ศ. 2459 ตราบจนเสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 2498 โดยสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงเป็นพระราชธิดา ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระชนนีคือ เจ้าจอมมารดาเปี่ยม เป็นพระเจ้าลูกเธอองค์ที่ 60 ในจำนวนพระราชโอรสพระราชธิดา 82 พระองค์ อย่างไรก็ดี สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าโปรดที่ดินผืนนี้มาก และมีพระราชดำริสร้างวังเป็นที่ประทับกับพระราชโอรสในบั้นปลายพระชนม์ชีพ ระยะแรกโปรดเกล้าฯให้สร้างเรือนพลับพลาเป็นที่ประทับชั่วคราว และพระตำหนักเขียวเป็นที่ประทับหลัก ต่อมาใน พ.ศ. 2456 โปรดเกล้าฯให้สร้างพระตำหนักใหญ่ และหมู่เรือนภายในวังสระปทุม เพื่อเป็นที่ประทับตราบจนเสด็จสู่สวรรคาลัย“คุณชวลี” บอกเล่าเพิ่มเติมว่า นอกจาก “วังสระปทุม” จะเป็นพระตำหนัก ที่ประทับของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ยังเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า ในเวลาต่อมา เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคตแล้ว พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “วังสระปทุม” ให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงทรงจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เป็นแหล่งศึกษาพระราชกรณียกิจอย่างสมบูรณ์ ครบถ้วน ตามพระราชปรารภของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระตำหนักแห่งนี้ ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญอันเป็นมงคลยิ่งในประวัติศาสตร์ เมื่อครั้งสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ (สมเด็จ พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) เสด็จกลับจากต่างประเทศ ก็ได้มาประทับ ณ วังสระปทุม และโปรดเกล้าฯให้จัดพระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างพระองค์กับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ครั้งยังทรงเป็น “นางสาวสังวาลย์ ตะละภัฎ” ณ พระตำหนักใหญ่ วังสระปทุม เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2463 โดยได้รับพระราชทานน้ำสังข์จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวครั้นเมื่อสมเด็จพระบรมราชชนกสำเร็จการศึกษาวิชาแพทย์ ได้เสด็จฯกลับประเทศไทย พร้อมสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระราช โอรสพระราชธิดา “สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า” ทรงยกพระตำหนักใหญ่พระราชทานเป็นที่ประทับ ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ก็ทรงลงพระปรมาภิไธยและทรงลงพระนามในสมุดพระทะเบียนราชาภิเษกสมรส ณ ห้องพิธี พระตำหนักใหญ่ วังสระปทุม โดยมีสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทรงเป็นประธานประกอบพระราชพิธีแม้กาลเวลาล่วงมาเกือบ 100 ปีแล้ว “พระตำหนักวังสระปทุม” ยังคงงดงามด้วยสถาปัตยกรรมอันล้ำค่า และตราตรึงด้วยสายใยความรักความผูกพันของเจ้านายหลายพระองค์ที่อบอวลอยู่ในความทรงจำ.

ที่มา>>>Thairath

หนุ่มเจ้าของโต๊ะสนุ๊ก แจกข้าวสาร-ควักเงินให้เด็ก ทำบุญวันเกิด

วันเกิดแจกข้าวสาร หนุ่มใหญ่บางปะกง วัย 50 เจ้าของกิจการโต๊ะสนุ๊กเกอร์ในอำเภอบางปะกง ทำบุญวันเกิดด้วยการแจกข้าวสาร 100 ถุง แจกเงินให้เด็กจำนวน 3,000 บาท และจะทำทุกวันที่ 29 ทุกเดือน

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 28 เมษายน 2559 นายมนตรี ทับจันทร์ อายุ 50 ปี เจ้าของโต๊ะสนุ๊กเกอร์จิ๊กโก๋ ภายในตลาดจตุจักรรุ่งเรือง เลขที่ 162/15 หมู่ 2 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้จัดงานทำบุญเนื่องในวันเกิดตัวเองวันที่ 29 เมษายน โดยการแจกข้าวสาร น้ำดื่ม จำนวน 20 ชุด ข้าวสาร 5 กิโล 100 ถุง อาหารแห้งอีก 20 ชุดทั้งนี้ ประชาชนที่เดินไปมาในตลาดทราบข่าว ได้มายืนรอต่อแถวกว่า 200 คน เนื่องจากของมีจำนวนจำกัด ทำให้บางคนไม่ได้ข้าวสารติดมือกลับบ้าน ส่วนเด็กๆ ที่มาเข้าแถวได้รับเงินจำนวน 100 บาท จำนวน 30 คน

ด้านนายมนตรี ระบุเหตุที่แจกวันที่ 28 เมษายน เนื่องจากต้องไปเที่ยวกับครอบครัวในวันเกิดของตัวเองในวันที่ 29 เมษายน ซึ่งชาวบ้านบางส่วนที่ขอทำเรื่องยื่นชื่อคนพิการที่ไม่สามารถเดินทางมารับข้าวสารได้ ก็จะนำข้าวสารไปแจกเองที่บ้านของผู้พิการ สำหรับการทำบุญแบบนี้ทำให้ตัวเองและครอบครัวรู้สึกมีความสุขทั้งกายและใจ อีกทั้งอยากจะเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ เพราะเชื่อว่ายังมีคนที่เดือดร้อนมากกว่าที่รอรับความช่วยเหลือ.

ที่มา>>>Thairath

อย่าลืมหวยออก 2พ.ค.! เลข ‘บรรหาร’ เกลี้ยง เลขอื่นเหลือบาน

คอหวยยังเพลียจากพิษเศรษฐกิจ แผงขายลอตเตอรี่ที่กระบี่ค่อนข้างเงียบเหงา คนออกมาซื้อเลขท่านบรรหาร อดีตนายกฯ ส่วนเลขอื่นเหลือบานเบอะ แม่ค้าบอกเหลือก็จะเก็บไว้ลุ้นเองไม่ยอมขายลดราคา…อย่าลืม งวดนี้หวยออก 2 พ.ค.

วันที่ 29 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการซื้อลอตเตอรี่เสี่ยงดวง บริเวณย่านการค้ากลางเมืองกระบี่ ซึ่งมีแม่ค้าพ่อค้าลอตเตอรี่ตั้งแผงขายกว่า 20 ราย พบว่าก่อนหวยออกยังมีเหลือลอตเตอรี่จำนวนมาก บางแผงขายได้แค่ 20-30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แม้ว่างวดนี้จะมีเลขดังหลายเลข รวมทั้งเลขของอดีตนายกรัฐมนตรี นายบรรหาร ศิลปอาชา ที่ถึงแก่อนิจกรรม ทั้งเลข 83, 84, 21 ถูกกว้านซื้อหมดไปก่อนหน้านี้แล้ว

จากการสอบถาม แม่ค้าพ่อค้าลอตเตอรี่บอกว่า งวดนี้ยังคงขายไม่ออก แม้จะมีเลขดังออกมาให้คอหวยได้หาซื้อแต่ก็หมดไปอย่งารวดเร็ว ซึ่งยังคงรอในวันพรุ่งนี้ไปจนถึงวันหวยออก อาจจะมีผู้มาหาซื้อมากขึ้น แต่หากเหลือก็จะเก็บไว้ลุ้นรางวัลเอง คงไม่ลดราคา เพราะไม่คุ้มกับต้นทุน ส่วนสาเหตุที่หวยขายยากนั้น ช่วงนี้ปิดเทอม และสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดีนัก ทำให้มีผู้มาซื้อน้อยลง

สำหรับการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดนี้ เลื่อนจากวันที่ 1 พ.ค.59 ซึ่งเป็นวันหยุดวันแรงงานแห่งชาติ ไปออกรางวัลในวันที่ 2 พ.ค.แทน.

ที่มา>>>Thairath

โจรใต้ลอบบึมทหารช่างยะลา ขณะสร้างบ้านช่วยผู้ขัดสน ดับ 1 เจ็บ 5

ทหารพรานชุดอินทร 47 อ.ยะหา จ.ยะลา เข้าสร้างบ้านตามโครงการช่วยเหลือผู้ขัดสน ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง ส.อ. หัวหน้าชุดเสียชีวิตคาที่ ขณะ อส.ทพ. อีก 5 นายบาดเจ็บ คาด ฝีมือแนวร่วมในพื้นที่

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 เม.ย. 59 ร.ต.ท.ปรัชญา เหตุหาก รอง สว.สส.สภ.ยะหา จ.ยะลา รับแจ้งคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายนาย เหตุเกิดที่บ้านเคละ หมู่ 4 ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบก.ภ.จว.ยะลา พ.ต.อ.ปนพวัฒน์ ขัตติยะวรานันท์ ผกก.สภ.ยะหา พ.ต.ท.สายูตี กาเต๊ะ รอง ผกก.ป.สภ.ยะหา นายจะเร ตุ้งแก้ว ปลัดป้องกันอำเภอยะหา เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดศรศึก-ศรชัย ภ.จว.ยะลา ฝ่ายพิสูจน์หลักฐาน 10 ยะลา เจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะหา สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครอง รุดไปสอบสวนทหารช่างยะลา ถูกลอบบึมหลังเข้าช่วยสร้างบ้านให้ประชาชน เสียชีวิต1 เจ็บ5 นาย

ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนภายในหมู่บ้าน บริเวณบ้านเลขที่ 19/4 หมู่ 4 ต.บาโร๊ะ ของ นางบีเดาะ ดอเลาะ ซึ่งเป็นบ้านที่กำลังก่อสร้าง ได้รับความเสียหาย และพบศพ ส.อ.ต่วนกูอาซิ บนบาง อายุ 27 ปี สภาพศพเละ และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 5 นาย ประกอบด้วย อส.ทพ.ศักดิ์เศก เกตุรัก อายุ 41 ปี ขาหัก 2 ข้าง อส.ทพ.ธีรพงศ์ แก้วสุวรรณ อายุ 27 ปี ขาซ้ายหัก อส.ทพ.สุรศักดิ์ สุวรรณปาน อายุ 38 ปี มีบาดแผลที่หน้าท้อง อส.ทพ.สุทัศน์ หลวงศรี อายุ 35 ปี และ อส.ทพ.เกษม แก้วสลัว อายุ 27 ปี ทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดอินทร 47 สังกัด ร้อย.ทพ.4708 กรมทหารพรานที่ 47 อ.ยะหา จ.ยะลา โดย 3 นายแรกอาการสาหัส และอีก 2 นาย ถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะหา ลำเลียงส่ง รพ.สมเด็จพระยุพราชยะหา จากนั้นแพทย์รีบส่งต่อไปยัง รพ.ศูนย์ยะลา ในที่เกิดเหตุพบเศษกล่องเหล็ก ชิ้นส่วนวิทยุสื่อสาร สะเก็ดระเบิดตัดจากเหล็กเส้นกระจัดกระจาย จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดดังกล่าวเป็นชุดช่าง มี ส.อ.ต่วนกูอาซิ เป็นหัวหน้าชุด นำกำลังพลรวม 6 นาย ออกไปช่วยสร้างบ้านให้ นางบีเดาะ ตามโครงการช่วยเหลือผู้ขัดสน โดยเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดดังกล่าวมาช่วยสร้างบ้านแล้ว 5 วัน ก่อนเกิดเหตุขณะที่ทั้งหมดเดินทางมาถึงบ้าน นางบีเดาะ แล้วเดินเข้าไปเตรียมปฏิบัติหน้าที่ จู่ๆ เกิดระเบิดดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ ส่วนคนร้ายคาดว่าเป็นแนวร่วมในพื้นที่ ลงมือก่อเหตุโดยแอบนำระเบิดแสวงเครื่องอัดกล่องเหล็กน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 10 กก. มาวางซุกไว้ แล้วจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร.

ที่มา>>>Thairath

‘ 5 สวนผลไม้ ‘อิ่มอร่อย..แบบบุฟเฟ่ต์‘ ในภาคตะวันออก

สาวก..บุฟเฟ่ต์ผลไม้ ทั้งหลายโปรดทราบ..!! เตรียมใจ เตรียมกาย ให้พร้อมกับบุฟเฟ่ต์ผลไม้ ภาคตะวันออก ที่จะขนมาทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด มาเอาใจคนชอบผลไม้โดยเฉพาะ ซึ่งจะเริ่มทยอยเปิดฤดูกาลในแต่ละสวนตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน 2559 เป็นต้นไป

1. สวนละไม Suan Lamai จ.ระยอง

สวนเปิดกิจกรรมบุฟเฟ่ต์ผลไม้ ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน ถึง 14 สิงหาคม 2559 รายละเอียดกิจกรรมเบื้องต้น

1. นั่งรถรางขึ้นชมสวนผลไม้บนภูเขา

2. จุดที่หนึ่ง แวะเที่ยวชมในสวนเงาะ สวนมังคุดพร้อมทานเครื่องดื่มและของว่างรองท้องที่อาคารในสวนเงาะ พร้อมจุดชมวิวสวนผลไม้ และจุดถ่ายรูปสวยๆ ในบริเวณสวนเงาะ

3. จุดที่สอง ทานบุฟเฟ่ต์ผลไม้หลากหลายชนิด พร้อมด้วยข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ทอด และของหวานต่างๆมากมาย ตามรายการที่สวนจัดเตรียมไว้ให้ ที่อาคารบุฟเฟ่ต์พร้อมบรรยากาศบนเขา

4. เที่ยวชมฟาร์มแกะบรรยากาศสุดชิล สัมผัสน้องแกะอย่างใกล้ชิด สามารถเล่น ถ่ายรูป และป้อนหญ้าได้อย่างสนุกสนาน และเป็นกันเอง

ราคาค่าเข้า

บัตรผู้ใหญ่ ราคา 400 บาท

บัตรเด็ก ราคา 200 บาท

– เด็กความสูงน้อยกว่า 100 ซม. = ฟรี

– เด็กความสูง 100-120 ซม. = 200 บาท

– เด็กความสูง 120 ซม. ขึ้นไป = 400 บาท

(กิจกรรมดังกล่าว ไม่จำกัดเวลา รถรางจะมีบริการคอยรับ-ส่ง ตามจุดบริการ และอาคารต่างๆตลอด)

บุฟเฟ่ต์ผลไม้ของจริง…ต้องที่ สวนละไม อ.วังจันทร์ จ.ระยอง นะครับ!!!

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 17.00 น. ทุกวันตามช่วงเวลาดังกล่าว สามารถมาซื้อบัตรที่หน้าสวนวันที่มาเที่ยว  โดยไม่ต้องจองล่วงหน้า!!!

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 098-737-4983, 098-737-4984, 098-737-4985

ขอบคุณข้อมูล จาก https://www.facebook.com/Suanlamai , www.suanlamai.com

2. สวนยายดา – เจ๊บุญชื่น (Suan-Yai-Da) จ.ระยอง

สำหรับสวนยายดาในปีนี้จะเปิดให้บริการบุฟเฟ่ต์ผลไม้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป มีทุเรียนหมอนทอง เงาะ สละ ขนุนพร้อม ข้าวเหนียวมูนและน้ำกะทิทุเรียนให้ได้ทานกันอย่างเต็มอิ่ม ราคาค่าเข้า :

ผู้ใหญ่ 300 บาท

เด็กสูง 100-120ซม. 150 บาท

เวลาเปิด-ปิด : 8.00- 17.00น.

หมายเหตุ : ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ผลไม้จะยังไม่ค่อยเยอะ ผลไม้จะเริ่มสุกเยอะในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม เพราะปีนี้ผลไม้ออกช้า ช่วงแรกนี้ผลผลิตยังสุกไม่มากอาจจะรองรับนักท่องเที่ยวได้ไม่เยอะ แนะนำให้นักท่องเที่ยวโทรสอบถามข้อมูลก่อนจะมา

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : 038-664369, 089-0991297, 089-0431330

ขอบคุณข้อมูล จาก https://www.facebook.com/Suanyaida

3. สวนลุงทองใบ จ.ระยอง

สวนลุงทองใบท่องเที่ยวเชิงเกษตร สวนเริ่มเปิดเข้าชม ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2559  รายละเอียดของกิจกรรม

– นั่งรถไปชมบรรยากาศสวนผลไม้

– ทานบุฟเฟ่ต์ผลไม้ 5 ชนิด เช่น ทุเรียน,เงาะ,มังคุด,ลองกอง,สละ,และไอศกรีมทุเรียน

ราคาค่าเข้า : 300 บาท

เวลาเปิด-ปิด : 09.00-17.00 น. (ทุกวัน)

เบอร์โทรติดต่อ : 083-7696172,089-8106411,092-330-8144

ขอบคุณข้อมูล จาก https://www.facebook.com/SwnLungThxngbiThxngTheiywCheingKestr

4. สวนลำดวน

สวนลำดวนจะเปิดให้ ชม ชิม อิ่ม อร่อยในวันที่1 พฤษภาคม 2559 ภาพประกอบเนื้อหา
เบอร์โทรติดต่อ : 089-9333798

ขอบคุณข้อมูล จาก https://www.facebook.com/suanlamduan

5. สวนแสงแดด

บริการบุฟเฟ่ต์ผลไม้ จำหน่ายอาหารพื้นบ้าน และของฝาก ตั้งแต่ วันที่ 1 พฤษภาคม 2559  โดยอัตราค่าเข้าชมสวน พร้อมทานบุฟเฟ่ต์ผลไม้ ราคาค่าเข้า :

ผู้ใหญ่ 300 ฿

เด็ก 150 ฿

เวลาเปิด-ปิด : 8:00 – 17:00 น.เป็นต้นไป

เบอร์โทรติดต่อ : 0818020060 , 0818651276

ขอบคุณข้อมูล จาก https://www.facebook.com/suansaengdad/

ที่มา>>>Sanook

กระบะชนท้ายสิบล้อบรรทุกฟาง รถพังยับ หนุ่มขอนแก่นดับคาซาก

หนุ่มขอนแก่น ขับกระบะชนท้ายสิบล้อบรรทุกฟางอย่างแรง รถพังยับเยินอัดก๊อบปี้ร่างคนขับเสียชีวิตคาซาก ส่วนสิบล้อพลิกคว่ำกลางถนน ด้าน ตร.วิเศษชัยชาญ เร่งสอบละเอียด ยันให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 26 เม.ย. 59 ร.ต.ท.บรรจบ จ้อยศรีเกตุ รอง สว.สส.สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายสิบล้อบรรทุกฟาง มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถกระบะ บริเวณถนนสายโพธิ์พระยา-ท่าเรือ หมู่ 6 ต.หัวตะพาน อ.วิเศษชัยชาญ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์พยาบาล รพ.วิเศษชัยชาญ เจ้าหน้าที่วีอาร์กู้ภัยอ่างทอง และเจ้าหน้าที่กุศลวิเศษชัยชาญ

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ ทะเบียน 1ฒฐ 4617 กรุงเทพมหานคร สภาพเสียหายอย่างหนัก มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายใน 1 ราย เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือตัดถ่างนำร่างออกมาจากซากรถ ทราบชื่อ นายศาสตรา พลมาตร อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 4 หมู่ 7 ต.ห้วยเตย อ.ชำสูง จ.ขอนแก่น ก่อนส่งชันสูตรเพิ่มเติมที่ รพ.วิเศษชัยชาญ ห่างกันเล็กน้อยพบรถสิบล้อบรรทุกฟาง ทะเบียน 83-9083 สุพรรณบุรี พลิกคว่ำอยู่กลางถนน ผู้ขับขี่คือ นายสมเคียน บุญผาด อายุ 51 ปี

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

นายสมเคียน ให้การเบื้องต้นว่า ขับรถบรรทุกฟางออกจาก จ.สุพรรณบุรี มุ่งหน้าสู่ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เมื่อถึงที่เกิดเหตุมีรถกระบะพุ่งชนท้าย ทำให้รถสิบล้อบรรทุกฟางพลิกคว่ำกลางถนน และรถกระบะมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

ด้าน ร.ต.ท.บรรจบ เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจสอบพยานหลักฐานแวดล้อมในที่เกิดเหตุและพยานบุคคล เพื่อทำการสอบสวนถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรมต่อคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

คุมได้แล้ว ไฟไหม้ทุ่งหญ้าสะวันนาพังงา วอดกว่า 1.2 พันไร่

ปภ.พังงา ระดมเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายร่วมชาวบ้าน เข้าดับไฟไหม้ทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทย ล่าสุดคุมสถานการณ์ได้แล้ว สั่งเฝ้าระวังอีก 1 วัน ขณะพื้นที่ถูกเพลิงไหม้เสียหายกว่า 1,000 ไร่

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 26 เม.ย. 59 นางกุลธารินท์ โรจนสุรสีห์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ เจ้าหน้าที่ป้องกันไฟป่าพังงา พร้อมชาวบ้านในพื้นที่รวมกว่า 100 คน ร่วมกันเข้าสกัดไฟที่กำลังลุกไหม้ที่ทุ่งหญ้าสะวันนา ม.2 ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี ซึ่งไฟไหม้เป็นบริเวณกว้างกินเนื้อที่มากกว่า 1,200 ไร่ไฟไหม้ทุ่งสะวันนา เกาะพระทอง จ.พังงา

ทั้งนี้ การควบคุมสถานการณ์ไฟไหม้เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นทุ่งหญ้าแห้ง ประกอบกับบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีแหล่งน้ำที่จะใช้ดับไฟ และการเข้าพื้นที่เป็นไปอย่างยากลำบาก รถบรรทุกน้ำไม่สามารถเข้าถึงบริเวณไฟไหม้ ทำให้เกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยวทางธรรมชาติบนเกาะพระทอง และไฟป่ายังได้ทำลายระบบนิเวศอันเป็นขุมทรัพย์ที่สำคัญของพื้นที่ อีกทั้ง ปัญหาหมอกควันไฟเป็นมลพิษทางอากาศเริ่มส่งผลกระทบของนักท่องเที่ยวและประชาชนแล้ว

ล่าสุด จ.พังงา ได้ขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากกรมการฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อช่วยเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ที่ใช้ในการดับไฟป่าของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จาก จ.ตรัง มายังเกาะพระทอง แล้วเจ้าหน้าที่เร่งดับเพลิง

นางกุลธารินท์ กล่าวว่า ไฟไหม้บริเวณทุ่งหญ้าสะวันนาพื้นที่ 4 หมู่บ้าน ต.เกาะพระทอง สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่ยังมีการคุกรุ่นอยู่หลายจุด และไฟจะลุกไหม้ในช่วงอากาศร้อนจัดเกือบทุกวัน จึงระดมทีมจากภาคส่วนต่างๆ เข้าดับให้สนิท ป้องกันการลุกไหม้ ประกอบกับได้รับการสนับสนุนรถไถจากผู้ประกอบการบนเกาะมาช่วยไถทำแนวกันไฟจนสามารถควบคุมไฟได้ระดับหนึ่ง จึงให้เจ้าหน้าที่อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังอีก 1 วัน หากไม่มีการไหม้เกิดขึ้นอีกจะยกเลิกภารกิจ และให้ทางชาวบ้านในพื้นที่เฝ้าระวัง และพร้อมที่จะสนับสนุนเครื่องพ่นน้ำสะพายหลัง เนื่องจากเป็นความต้องการของคนในพื้นที่.เสียหายกว่า 1.2 พันไร่

คุมเพลิงได้แล้ว

ที่มา>>>Thairath

จับเก๋งลอบขนไม้พะยูงที่นครพนม อ้างมี ตร. ช่วยเคลียร์เส้นทาง

ตำรวจทางหลวง สกัดจับเก๋งที่นครพนม ลักลอบขนพะยูง มูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ผู้ต้องหาสารภาพ รับจ้างนายทุนครั้งละ 20,000 บาท อ้างมี ตำรวจ เอี่ยวเคลียร์เส้นทาง จนท.เร่งขยายผล

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 59 นายพีระ เอี่ยมสุนทร นายอำเภอบ้านแพง จ.นครพนม พร้อมด้วย พ.ต.ท.พงษ์เพชร จุลจำเริญทรัพย์ สว.ส.ทล.5 กก. 4 บก.ทล. พ.ต.กริชเพชร โภคา ผบ.ร้อย ทพ.2108 กกล.สุรศักดิ์มนตรี นายกิตติพันธ์ จันทร์นนท์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นพ.1 ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงตรวจยึดจับกุม นายอลงกรณ์ พิมานรัมย์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107/14 ตรอกสำโรงจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติพร้อมของกลางรถยนต์นิสสัน เซฟิโร่ สีเทา ทะเบียน พบ 4794 กทม. ภายในรถบรรทุกไม้พะยูง ขนาดประมาณ 1-2 เมตร ทั้งหมด 30 ท่อน

ทั้งนี้ จับกุมได้เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ภายหลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนไม้พะยูงไปลงเรือส่งออกไปขายประเทศเพื่อนบ้าน ในพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน วิ่งผ่านเส้นทางจาก อ.ศรีสงคราม ไปยัง อ.บ้านแพง โดยมีรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด สีเทา ไม่ทราบทะเบียน วิ่งนำหน้าเคลียร์เส้นทาง เจ้าหน้าที่จึงพยายามติดตามสกัดตรวจสอบ และสามารถตรวจยึดจับกุมรถยนต์นิสสัน ได้บริเวณถนนหมายเลข 212 เขตพื้นที่ บ้านไชยศรี ต.หนองแวง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ตรวจสอบพบบรรทุกไม้พะยูงมาเต็มคันรถ มี นายอลงกรณ์ เป็นคนขับ ส่วนรถยนต์เคลียร์เส้นทางหลบหนีไปได้จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับจ้างนายทุนที่เป็นขบวนการค้าไม้พะยูง จำนวน 20,000 บาท ขับรถมาจาก อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เพื่อนำไปลงเรือในพื้นที่ อ.บ้านแพง โดยจะมีขบวนการค้าไม้พะยูงที่อ้างว่าเป็นตำรวจ คอยติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อเคลียร์เส้นทางตลอด จนกระทั่งมาถูกตำรวจทางหลวงสกัดจับกุม ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือผู้ต้องหา พบมีรายชื่อบุคคลเกี่ยวข้องหลายคน ที่โทรเข้ามาประสานงานในช่วงทำการจับกุม นอกจากนี้ ยังมีหมายเลขโทรศัพท์บุคคลที่อ้างว่าเป็นตำรวจ ติดต่อมาตลอด โดยผู้ต้องหาให้การว่า นายตำรวจดังกล่าวเป็นคนประสานงานเคลียร์เส้นทาง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะรวบรวมหลักฐานเพื่อสอบสวนเชิงลึกตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่มีเอี่ยวตามข้อมูลหรือไม่ หรือเพียงเป็นการแอบอ้าง พร้อมเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และประสานงานหน่วยงานเกี่ยวข้องขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการ ตัดวงจรการค้า ไม่ให้มีการลักลอบขนส่งไปขายประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนมูลค่าของกลางคิดเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันไม้พะยูง หายาก ทำให้มีราคาแพง.

ที่มา>>>Thairath

ช็อก ลูกสาวแจ้งจับพ่อ! ข่มขืนมาราธอนตั้งแต่ ป.1ยัน ม.1

(เครดิตภาพจาก นาวาตรีธนชัย รอดทัศนา นรข.เขตเชียงราย)

หนุ่มใหญ่วัย 49 ที่เชียงราย ตกเป็นผู้ต้องหา ถูกตร.กับนรข.บุกจับคาบ้านหลังลูกสาวแจ้งความ ให้การกับสหวิชาชีพว่า ถูกพ่อแท้ๆ ข่มขืนตั้งแต่เรียน ป.1 จนตอนนี้ขึ้นม.1 แล้ว ค้นบ้านเจอถุงยางอนามัย แต่ยังปฏิเสธ อ้างลูกโกรธที่ถูกห้ามคบเพื่อนชาย

วันที่ 23 เม.ย. 59 พ.ต.ท.วีรธร เนตรบุตร รอง ผกก.สส.รรท.ผกก.สภ.บ้านแซว จ.เชียงราย พร้อมด้วย น.ต.ธนชัย รอดทัศนา หน.สถานีเรือ นรข.เขตเชียงราย ร.อ.โกมินทร์ บุญภา ผบ.ร้อย ทหารพราน 3103 และร.ต.ท.พิชิตพงศ์ ทะนันชัย รอง สว.สส. สภ.บ้านแซว นำหมายศาลจังหวัดเชียงราย เข้าจับกุมตัวนายคำ (นามสมมติ) อายุ 49 ปี ชาวบ้าน ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี โดยเป็นการกระทำแก่ทายาท หรือผู้สืบสันดาน และบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ จากการตรวจค้นในบ้านพบถุงยางอนามัย จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 18 เม.ย.59 ได้มีลุงพาหลานสาว อายุ 13 ปี เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.ณัฐพงศ์ อูปป้อ สว.(สอบสวน) สภ.บ้านแซว ว่า หลานสาวถูกนายคำ พ่อแท้ๆ ข่มขืน ทางพ.ต.ต.ณัฐพงศ์ จึงได้ติดต่อสหวิชาชีพเพื่อมาร่วมสอบสวน จากนั้นได้นำตัวเด็ก พร้อมด้วยผู้เป็นลุง เข้าพบสหวิชาชีพ ที่สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย ซึ่งเด็กได้เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ตน อยู่ชั้น ป.1 ได้ถูกนายคำ ผู้เป็นพ่อข่มขืนเรื่อยมา จนตอนนี้เรียนอยู่ ชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง

เด็กหญิงเล่าด้วยว่า คืนวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา นายคำเมาเหล้ากลับเข้าบ้าน และทำท่าจะเข้ามาลวนลาม ตนเห็นท่าไม่ดี รีบวิ่งหนีไปหลบอยู่นอกบ้าน รอจนนายคำหลับจึงเข้าบ้าน แต่พอเช้า นายคำได้ด่าทอ ตนจึงได้ออกจากบ้านไปอยู่บ้านญาติ ที่ ต.เวียง อ.เชียงแสน โดยพักอยู่ 2 คืน ญาติก็จะนำตัวส่งกลับบ้าน แต่ตนไม่ยอมกลับเพราะกลัวพ่อจะทำร้ายและข่มขืนอีก จนสุดท้ายเมื่อวันที่ 16 เม.ย.ได้ไปอาศัยอยู่กับเพื่อนผู้หญิง ที่บ้านป่าคา พอลุงรู้เรื่องว่าตนหนีออกจากบ้านก็มารับไปอยู่ด้วย แล้วจะนำตนส่งกลับบ้าน จึงตัดสินใจเล่าความจริงให้ลุงฟัง พอทราบเรื่องลุงตกใจ และได้ปรึกษาพวกญาติๆ ก่อนนำตนเข้าแจ้งความ

ทางด้าน นายคำ ผู้เป็นพ่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร นำหมายศาลเข้าจับกุมตัวขณะนอนอยู่ในบ้าน พอชาวบ้านข้างเคียงทราบว่า นายคำข่มขืนลูก ต่างพากันโกธรแค้น เตรียมจะใช้ก้อนหินขว้างปาใส่ แต่เจ้าหน้าที่ได้ห้ามไว้ แล้วรีบนำตัวขึ้นรถของ นรข.เขตเชียงรายออกมา

อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนต่อหน้า พ.ต.ท.วีรธร นายคำ ให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้ข่มขืน ลูกสาว โดยอ้างว่าลูกคงโกรธ ที่ตนดุด่าว่ากล่าว ไม่ให้ไปคบกับเพื่อนชาย เพราะภรรยาของตนซึ่งเป็นแม่ขอเด็กเป็นใบ้ พูดไม่ได้ จึงไม่สามารถจะสั่งสอนลูกได้.

ที่มา>>>Thairath

เพิ่งไปเรียนวันเดียว! โจ๋เจ้าถิ่นรัวกระสุนหนุ่ม กศน. ร่างพรุนดับ!

หนุ่ม กศน. ชั้น ม.3 ขี่จักรยานยนต์เข้าสุขาภิบาล 5 ซอย 16 เจอแก๊งวัยรุ่นมั่วสุมสี่คูณร้อย สาดกระสุนทั่วร่าง วิ่งหนีซ่อนในป่ากกหายใจรวยริน จนท.รุดช่วยปั๊มหัวใจ ยื้อไม่ไหวสุดท้ายเสียชีวิต พ่อแม่เผย เพิ่งไปเรียนได้วันเดียว

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 23 เม.ย. 59 ร.ต.อ.เกียรติศักดิ์ โพธิ์พระ รอง สว.สส.สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกทำร้ายด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต บริเวณปากซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 16 ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผกก.กก.สส.บก.น.2 พ.ต.ท.วีระ งามเลิศ รอง ผกก.สส.สน.คันนายาว พ.ต.ท.พงษ์สิทธิ์ ปาลาพงศ์ สว.สส.สน.คันนายาว เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุบริเวณฟุตปาทด้านข้างบริษัท โชติพิพัฒน์ค้าไม้ จำกัด ห่างจากปากซอยดังกล่าวประมาณ 50 เมตร พบร่าง นายภูเบศ บางแดง อายุ 16 ปี นักเรียน กศน. ย่านบางเขน ชั้น ม.3 ถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าที่บริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอกซ้าย แผ่นหลัง และตามลำตัวหลายนัด สภาพนอนหงายจมกองเลือดหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่พยายามปั๊มหัวใจช่วยเหลือ แต่เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบพบปลอกกระสุนลูกซองไม่ทราบขนาดอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตทางด้านขวา 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนชาวบ้านในละแวกดังกล่าวให้การว่า ขณะพักผ่อนอยู่ในบ้านได้ยินเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกัน 6-7 นัด จากนั้นได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ออกไปทางปากซอย แต่ไม่กล้าออกมาดู เพราะกลัวถูกลูกหลง และในซอยดังกล่าวมักจะมีกลุ่มวัยรุ่นมามั่วสุมเสพยาอยู่เป็นประจำ จนเป็นที่เอือมระอาของชาวบ้าน

พล.ต.ต.เจริญ กล่าวว่า จากการซักถามบิดามารดาของผู้ตายทราบว่า ผู้ตายเคยอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางเขน ชั้น ม.3 แต่ดรอปเรียนไว้ และกำลังศึกษาต่อที่ กศน. โดยเพิ่งไปเรียนได้เพียงวันเดียว ก่อนหน้านี้ผู้ตายมักจะเดินทางเข้ามาหาเพื่อนที่อยู่ภายในซอยดังกล่าวเป็นประจำ โดยวันนี้ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เอ็มเอสเอ็กซ์ สีเหลือง 4กร3866 กรุงเทพมหานคร เข้ามาในซอยเพียงลำพัง เมื่อเข้ามาถึงบริเวณกลางซอยพบกลุ่มวัยรุ่นที่ตั้งโต๊ะมั่วสุมสี่คูณร้อยอยู่หลายคน

ทั้งนี้ สันนิษฐานว่าผู้ตายอาจจะเข้ามั่วสุมด้วย หรืออาจจะเข้ามาทำอะไรสักอย่างแต่เจอกับคู่อริ ก่อนจะถูกระดมยิงด้วยอาวุธปืนขณะนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ จากนั้นวิ่งหนีเข้าไปหลบในป่ากกข้างทาง ก่อนจะโทรศัพท์บอกเพื่อนว่าถูกยิงและให้เดินทางมารับ

ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งและเดินทางมาถึง เพื่อนผู้ตายเดินทางกลับไปแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่มูลนิธิช่วยเหลือนำผู้ตายออกมาจากจุดที่ถูกยิง ก่อนจะพยายามจะปั๊มหัวใจแต่ไม่สำเร็จ มาเสียชีวิตบริเวณปากซอย โดยอาวุธปืนที่คนร้ายใช้คาดว่าจะมีมากกว่า 2 กระบอก เพราะบาดแผลมีทั้งรอยกระสุนปืนลูกซอง และกระสุนปืนขนาด 9 มม. ที่ด้านหลังผู้ตาย อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ทราบชื่อกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุแล้ว ซึ่งอยู่ภายในซอยที่เกิดเหตุ และอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี.

ที่มา>>>Thairath